นับถอยหลังเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมง “ศึกซักฟอกรัฐบาล”โดย “ฝ่ายค้าน” จะเปิดฉากขึ้น ประเดิมวันแรก 3เมษายน ต่อด้วยวันที่สอง คือ 4 เมษายน ใช้เวลา 2 วันเพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านใช้เครื่องมือ ตรวจสอบฝ่ายบริหารตามมาตรา 152 ขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ 


 การยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้าน มีขึ้นต่อจาก “สว.” ชุดปัจจุบันเพิ่งใช้สิทธิตามมาตรา 153 ซักฟอกรัฐบาลโดยไม่ลงมติเพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งถือเป็นผลงานทิ้งทวนของ “250สว.” ก่อนหมดวาระลงในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ 


 แน่นอนว่า ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเอง ต่างประเมินกันมาแล้วจากเวทีวุฒิสภา ครั้งล่าสุด เพื่อเช็คสมรรถนะ ความพร้อมของแต่ละฝ่าย ไปจนถึงการเก็งข้อสอบ ซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่แล้วหวยไปออกยังประเด็นที่มีการเชื่อมโยงไปถึง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหลัก 


 เมื่อ “เป้าสังหาร”  ของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ พรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ พุ่งไปที่ตัวทักษิณ เป็นจุดใหญ่ แต่อย่าลืมว่า ทั้งก้าวไกลและประชาธิปัตย์ ต่างก็อยู่ใน “สมการการเมือง” ภายใต้ “ดีลลับ” ก่อนที่พรรคเพื่อไทย จะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โดยหันไปจับมือกับ “พรรค 2ลุง” ปล่อยให้ ก้าวไกลและประชาธิปัตย์ ต้อง “อกหัก” ไปตามๆกัน


 ดังนั้น การอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ แม้จะไม่มีการลงมติ ขานคะแนนเพื่อชี้ว่า นายกฯหรือรัฐมนตรีจะอยู่หรือไป จึงทำให้อีกด้านหนึ่ง ทั้ง2พรรคฝ่ายค้าน จึงถูกจับตาและถูกตรวจสอบเสียเองว่า การอภิปรายรอบนี้ จะเด็ดขาด เล่นจริง เจ็บจริง หรือแค่ “พิธีกรรม” ที่ฝ่ายค้าน ต้องยื่นญัตติขอซักฟอก รัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งมี อดีตนายกฯทักษิณ เป็นผู้มีอิทธิพร เท่านั้นหรือไม่ 


 ก่อนถึงวันอภิปราย พรรคก้าวไกลโพสต์เฟซบุกปลุกใจ พร้อมตั้งคำถามว่า วันนี้ “รัฐบาลเพื่อไทย” กำลังทำเพื่อใคร? เพื่อประชาชน หรือเพื่อคนที่หนุนนำให้ได้ตั้งรัฐบาล? รัฐบาลที่จัดตั้งมาโดยฝืนความต้องการของประชาชน จะรับใช้ประชาชน หรือรับใช้คนที่อนุญาตให้ตนได้กลับมามีอำนาจ? 


 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เอง “หัวหน้าพรรค” คือ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ต้องออกตัวการันตีว่างานนี้ลูกพรรคทุกคนทำเต็มที่ ไม่มีมวยล้มต้มคนดู  แต่อย่าลืมว่า “เดชอิศม์ ขาวทอง”  สส.นครศรีธรรมราช และเลขาธิการพรรค เองก็เคยออกมายอมรับแล้วว่า ได้เดินทางไปพบกับทักษิณ มาแล้ว 


 ด้วยเหตุนี้ “ท่าที” การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่าง สส.ประชาธิปัตย์ และก้าวไกล จึงอยู่ในสายตารอพิสูจน์ว่า งานนี้จะเป็นแค่พิธีการ หวังสานต่อไมตรีกับ “เจ้าของพรรค”  กันในช็อตต่อไปหรือไม่ !?