เรียนกองบรรณาธิการนสพ.สยามรัฐ
คอลัมน์ คุณชัช เตาปูน ตอบจดหมาย

ได้ติดตามข่าวทางหนังสือพิมพ์สยามรัฐเมื่อวันก่อน ได้ลงข่าวว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมมือกับบริษัทประกันภัย ในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดหนักขึ้นทุกวันโดยเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุจากรถชนกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาตัวการใหญ่ทีเดียว เพราะเวลาเกิดเหตุชนกัน ก็ต้องมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจดูที่เกิดเหตุ และกว่าตำรวจจะมาถึง และตรวจสอบที่เกิดเหตุกันได้ เสียเวลาไปนานทีเดียว โดยเฉพาะในสภาพการจราจรเมืองหลวงที่ติดขัดอยู่แล้ว การเดินทางไปยังที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างทุลักทุเลทีเดียว ยิ่งจุดไหนเป็นจุดใจกลางเมืองที่มีจำนวนรถหนาแน่นมาก ก็ยิ่งจะเป็นอุปสรรคอย่างมากกันทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เลยริเริ่มให้มีโครงการรถชนแล้ว ถ่ายรูปไว้ แยกได้ ไม่ต้องรอ โดยโครงการนี้เริ่มต้นจากเจ้าของรถจะต้องมีประกันภาคสมัครใจทั้งคู่ ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุต้องแจ้งเข้าไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันว่า รถที่เอาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทใดก็ตามไว้กับบริษัทประกันภัยเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่สินไหมประจำบริษัทที่รับโทรศัพท์ ก็จะแนะนำให้ผู้ขับขี่ และคู่กรณีทำการถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นก็ให้เคลื่อนย้ายรถออกให้พ้นพื้นผิวการจราจรด้วยความสมัครใจ เพื่อมิให้การจราจรติดขัดและเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ หรือผู้ใช้รถใช้ถนน โดยไม่ต้องรอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาถึงที่เกิดเหตุก่อนจึงแยกรถ

แต่ว่าโครงการนี้จะไปได้ดี ก็ต้องอาศัยคู่กรณีของรถที่เกิดเหตุทั้งสองคันต่างยอมรับกฎกติกานี้กัน รวมถึงแม้กระทั่งบริษัทประกัน โดยจะต้องมีการยินยอมให้ใช้หลักฐานที่เป็นภาพถ่าย และต่างคนต่างจัดซ่อมรถให้ลูกค้าของตัวเองอย่างเกิดความเป็นธรรม โดยไม่ต้องรอพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยของแต่ละฝ่ายมาเป็นอำนวยความสะดวก ซึ่งในแง่ของบริษัทประกันก็คงจะได้ประโยชน์

เพราะจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจ้างเจ้าหน้าที่สำรวจภัยหรืออุบัติเหตุออกมาทำเคลม ซึ่งออกมาทีก็หลัก 500 บาทขึ้น หากลูกค้าที่เป็นผู้เอาประกันเข้าใจระบบ และมีการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายบันทึกรูปและส่งเป็นหลักฐานเข้าบริษัทได้ นอกจากจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆของบริษัทประกันแล้ว ก็ยังจะช่วยลดความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ อันเกิดจากการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันหรือแก๊สบนท้องถนนไปอีกด้วย

ทั้งนี้ก็ภาวนาอยากให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำได้สำเร็จเป็นรูปธรรมด้วยเถิด เจ้าประคุณ จะทำให้อะไรๆ มันดีขึ้น ผู้คนจะได้ไม่ต้องทะเลาะวิวาทกัน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตลงเมื่อคราวของรถกู้ภัยที่นำคนเจ็บป่วยส่งโรงพยาบาล แต่เกิดเหตุเฉี่ยวชนเสียก่อน กระทั่งอีกฝ่ายไม่ยอมหลีกทางให้ ก็เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้ป่วยในฉับพลัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดจริงๆสำหรับสังคมไทยเราที่ไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้ ทั้งที่หากฝ่ายใด

ฝ่ายหนึ่งยอมถอยคนละก้าว และใช้ประกันภัยเป็นทางออกของปัญหาก็คงจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาและแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้คลี่คลายลงไปได้

ดังนั้นก็หวังว่า การมีโครงการชนแล้ว ถ่ายรูป แยกได้ไม่ต้องรอ สามารถจะไปได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้รถทุกคันต่างยอมรับในกติกากัน สำคัญว่า หน่วยงานรัฐและบริษัทประกันจำเป็นอย่างยิ่งต้องชี้แจงทำความเข้าใจ หรือจัดทำคู่มือให้กับลูกค้าประกันรถยนต์ได้อ่าน เพื่อจะเป็นไกด์ไลน์สำหรับแนวทางปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญทีเดียว สำหรับการสื่อสารทำความเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ทางที่ดี หากมีการออกสปอตโฆษณาเพื่อชี้ให้เห็นแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมออกทางทีวีเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามดูกันบ่อยๆครั้งทางทีวี ก็เชื่อว่า น่าจะทำให้โครงการนี้เห็นผลในทางปฏิบัติได้อย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากทางการได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีโครงการนี้ และขอความร่วมมือและเห็นใจ

โดยสื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงสภาพปัญหาการจราจรในเมืองหลวงเราติดขัดเป็นอัมพาตไปทั่ว มันกระทบอย่างไรบ้าง โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเป็นข้อๆก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่รถชนกันแล้วต้องมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บริษัทประกัน มันมีข้อเสียอย่างไร และเป็นสาเหตุต้นตอใหญ่สาเหตุหนึ่งอย่างไรบ้าง จึงทำให้ทางการจำเป็นต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ หากทุกคนเกิดความเข้าใจ ก็เชื่อว่า ความร่วมมือก็คงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ก็ขอเอาใจช่วยโครงการดีๆเช่นนี้นะครับ ถ้าหากทำให้มันเกิดเป็นรูปธรรมได้ ก็จะเป็นคุณอนันต์ต่อประเทศชาติเราอย่างใหญ่หลวงทีเดียวครับ
ขอแสดงความนับถือ
หนึ่งในผู้ใช้รถใช้ถนน
เรียนคุณผู้ใช้นามแฝง
"หนึ่งในผู้ใช้รถใช้ถนน"

ขออนุญาตตอบจดหมายของคุณแทนนะครับโครงการนี้คาดว่า คงจะนำมาใช้ได้สำหรับกรณีชนกันแผลเล็กแผลน้อย หรือชนกันเสียหายไม่มากเท่าใดมั้งครับ หากเป็นอุบัติเหตุรถชนกันหนักๆ หรือเสียหายเยอะหรือในวงกว้าง ยังไงก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบริษัทประกัน

แต่อย่างว่าครับ บางทีเฉี่ยวชนกันเล็กน้อย ก็ใช่ว่า โครงการนี้จะช่วยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกันเอาชนะคะคานกัน อย่างงี้ก็คงเป็นเรื่องยาก ซึ่งอุบัติเหตุบางกรณีบาดหมางกันถึงขั้นทะเลาะวิวาท และจบลงด้วยการตีรันฟันแทง หรือยิงกันก็ยังมีเลยครับ ด้วยนิสัยคนไทยค่อนข้างจะใจร้อน มุทะลุ และไม่ยอมกันครับ ซึ่งประเด็นนี้ก็นับเป็นปัจจัยสำคัญทีเดียวครับ

ก็คงต้องเอาใจช่วยอย่างที่คุณว่าล่ะครับ หากสามารถทำโครงการนี้ได้สำเร็จเป็นรูปธรรม และผู้คนในสังคมยอมรับกันในวงกว้างแล้วล่ะก็ ย่อมจะเกิดประโยชน์ต่อการช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเวลานี้ลงได้ระดับหนึ่งทีเดียวครับ

ด้วยรักและนับถือ
เจริญชัย อุดมพาณิชวงศ