ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

ท่านสามารถรักษาความมุ่งมั่นได้อย่างไร เมื่อท่านได้จัดการ ในเรื่องที่ควรได้คิด ท่านจะต้องตัดสินใจที่จะมุ่งเน้นให้ดีกว่า นี่เป็น 5 ข้อแนะนำที่จช่วยด้วยกระบวนการเหล่านี้

1. ขจัดสิ่งที่ไขว่เขวออกไป การขจัดสิ่งที่ลบกวนออกไป มิใช่เรื่องเล็กในวัฒนธรรม แต่มันวิกฤต ท่านสามารถทำได้อย่างไร ประการแรก โดยการรักษาวินัยของการปฏิบัติงานตามลำดับก่อนหลัง อย่าทำสิ่งที่ง่ายก่อน หรือสิ่งยากหรือสิ่งเร่งด่วนก่อน ทำสิ่งแรกก่อน กิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนกลับสูงสุด โดยทางนี้ ท่านสามารถขจัดสิ่งที่รบกวนให้น้อยลง

ประการที่สอง กันตัวเองออกจากสิ่งรบกวน ฉันได้พบว่า ต้องการช่วงเวลาที่จะคิด โดยปราศจากการขัดจังหวะ ฉันเข้าใจศิลปะในการทำให้ตัวเอง “ เมื่ออยู่ในสภาพที่ไม่มีความพร้อมในการทำงาน “จำเป็นต้องออกไปยังสถานที่ที่เหมาะจะคิด ดังนั้น ฉันสามารถทำงานได้โดยปราศจากการขัดจังหวะ เพราะเป็นความรับผิดชอบในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทสามแห่ง

อย่างไรก็ดี ฉันตระหนักเสมอถึงความตึงเครียดระหว่างความต้องการที่ยังสามารถเข้าถึงคนอื่นๆในฐานะผู้นำ และ ความต้องการที่จะออกมาจากเขา เพื่อที่จะได้คิด ทางที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาความตึงเครียด คือ การเข้าใจคุณค่าของกิจกรรมทั้งสอง การเดินช้าๆผ่านฝูงชน ทำให้ฉันได้เชื่อมโยงกับผู้คนและรู้ความต้องการของเขา การแยกตัวออกมาจากฝูงชน ทำให้ฉันคิดถึงหนทางที่จะเพิ่มคุณค่าให้แก่เขา ข้อแนะนำต่อท่านคือ ให้คุณค่าและให้ความมุ่งมั่นต่อทั้งสองส่วน ถ้าท่านแยกตัวออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และให้แน่ใจว่า ได้ออกมาจากฝูงชนบ่อยครั้งขึ้น ถ้าท่านอยู่ตลอดเวลาและไม่ค่อยแยกตัวออกมาหาเวลาคิด แล้วย้ายตัวเองออกมาเป็นระยะ

ดังนั้น ท่านสามารถปลดปล่อยศักยภาพเป็นระยะ และทุกที่ ที่ท่านอยู่ ที่นั่น !

2. ใช้เวลาสำหรับความคิดเชิงลึก ครั้งที่ท่านมีสถานที่จะคิด ท่านต้องการเวลาที่จะคิด เพราะว่า วัฒนธรรมของเราก้าวไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีแนวโน้มที่ทำงานหลายอย่าง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเสมอ , ตามงานวิจัยพบว่า “ การเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง อาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มถึง 40 เปอร์เซ็นต์ “ ถ้าท่านพยายามเพื่อให้บรรลุหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน คุณจะทำได้มากขึ้นโดยมุ่งเน้นที่หนึ่งงานในแต่ละครั้ง ไม่ใช่โดยการย้ายไปเรื่อยๆจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง หลายปีมาแล้ว ฉันตระหนักว่า เวลาการคิดที่ดีที่สุดเกิดขึ้นในตอนเช้า เมื่อไรก็ตามที่เป็นไปได้ ฉันเก็บเวลาตอนเช้าสำหรับการคิดและการเขียน ทางหนึ่งที่จะได้เพิ่มเวลาสำหรับการรวมศูนย์ความคิด คือ การกำหนดกฎเกณฑ์ที่เรานำมาใช้เอง อย่าอนุโลมให้ตัวเองไปดูอีเมล์จนกระทั่ง 10.00 น. จงรวมศูนย์พลังของท่านไปยังงานที่สำคัญก่อน งดการเสียเวลาที่ไม่มีประสิทธิผล ดังนั้นท่านสามารถสร้างสรรค์เวลาในการคิดให้กับตัวเอง

3. ทำสิ่งที่มีความสำคัญเฉพาะหน้า ก่อน ราฟ วัลโด เอมเมอซัน นักคิดที่ยอดเยี่ยม เชื่อว่า “ การเอาใจจดจ่อ เป็นความลับของความเข้มแข้งทางการเมือง สงคราม การค้า ใช้เวลาระยะสั้นในการจัดการทั้งหมดของกิจการของมนุษย์

เพื่อช่วยฉันเอาใจจดจ่อในสิ่งที่ได้ทำเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญ ฉันทำงานเพื่อสิ่งสำคัญเฉพาะก่อน ทางหนึ่ง คือขอให้เลขานุการของฉันจดไว้ และให้บอกฉัน เป็นการให้ฉันได้เพิ่มข้อมูลที่จะอ้างอิงถึง ฉันเองก็ได้เก็บแฟ้มหรือกระดาษหน้าโต๊ะ เพื่อที่จะได้เห็นทุกวันที่ทำงาน ยุทธศาสตร์ที่ได้รับผลสำเร็จ ช่วยฉันมากว่าสามสิบปี ที่กระตุ้นและและทำให้ความคิดแหลมคม ถ้าท่านยังไม่เคยทำ ฉันแนะนำให้ท่านพยายามทำ ( จะนำเสนอมากขึ้น ในภาคส่วนของ การสะท้อนความคิด )

4. จัดเป้าหมาย ฉันเชื่อว่า เป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ จิตใจจะไม่รวมศูนย์จนกระทั่งวัตถุประสงค์แจ่มชัด แต่วัตถุประสงค์ของเป้าหมาย คือ การรวมศูนย์ความตั้งใจ การกำหนดทิศทาง ไม่ระบุปลายทางสุดท้าย ขณะที่คิดถึงเป้าหมาย สังเกตุไว้ว่า เขาจะต้อง มีความชัดเจนพอที่จะรักษาการรวมศูนย์ ใกล้พอที่จะพบความสำเร็จ ช่วยเหลือพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต นี่คือ แนวทางที่จะช่วยให้เดินหน้าต่อไป และจงมั่นใจที่จะบันทึกเป้าหมายไว้ ถ้าท่านไม่บันทึก ฉันเกือบสามารถประกันได้ว่าเขาจะไม่ได้รวมศูนย์เพียงพอ และถ้าท่านย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาได้รวมศูนย์ จงใช้ข้อแนะนำของ เดวิด บีลาสโค ซึ่งกล่าวว่า “ ถ้าท่านไม่สามารถบันทึกความคิดลงไปในบัตรธุรกิจ ท่านก็จะไม่มีความคิดที่ชัดเจนแม้ว่าท่านได้มองย้อนกลับไปนับจากนี้ และคิดว่าเป้าหมายเล็กเกินไป พวกเขาจะทำหน้าที่หากได้มีทิศทาง

5. ติดตามความคืบหน้า จงดูตัวเองให้ดีเป็นครั้งคราว เพื่อจะเห็นว่า ท่านได้มีความก้าวหน้าจริง นั่นเป็นการวัดผลอย่างแม่นยำว่า ท่านได้ทำดีที่สุดในการใช้ความคิดรวมศูนย์ ถามตัวเอง “ฉันเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงเวลาแห่งการคิดรวมศูนย์ ไหม ? อะไรที่ฉันได้ทำเพื่อที่ทำให้เข้าใกล้เป้าหมาย ฉันมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ช่วยฉันสำเร็จตามคำมั่นสัญญา รักษาลำดับความสำคัญ และทำให้ความฝันเป็นจริง

อะไรที่ท่านยอมแพ้ ที่จะก้าวขึ้นไป ไม่มีใคร สามารถที่จะไปถึงระดับสูงสุด และยังคงเป็นผู้ชำนาญการอยู่จงหาสิ่งหนึ่งที่ทำได้ดีและไม่ทำอะไรเลย ฉันพบว่า ทำดีได้บางสิ่ง และยอมแพ้ในหลายสิ่ง เมื่อฉันได้ทำในเรื่องนี้ ได้ใช้บางเวลา สะท้อนถึงสิ่งที่ยอมแพ้ มีเรื่องหลักดังนี้ ไม่สามารถรู้จักได้ทุกคน ฉันรักประชาชน และออกไปสู่สังคม นำฉันไปอยู่ในห้องที่มีคนเต็ม และฉันรู้สึกมีพลัง

ดังนั้นฉันไปยังที่ตรงข้ามกับนิสัย เพื่อจำกัดตัวเองจากการใช้เวลากับประชาชน เพื่อชดเชยสิ่งนี้ ฉันได้ทำ 2 สิ่ง

อย่างแรก ฉันได้เลือกกลุ่มคนภายในที่แข็งแกร่ง เขาไม่เพียงแต่ช่วยในด้านความเป็นมืออาชีพ แต่ยังทำการเดินทางของชีวิตมีความสุขอย่างมาก อย่างที่สอง ฉันขอให้เพื่อนบางคนได้พูดคุย ในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเพื่อนคนอื่น ๆ

ฉันได้ทำประจำ เมื่อได้เดินทางและไม่สามารถปิดกั้นเวลาได้ ฉันต้องการเวลาคิด ไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง มีเพียงโอกาสข้อยกเว้นบางอย่างเล็กน้อยในชีวิตคน นี่คือ เหตุผลที่ฉันมุ่งมั่นเพื่อความเป็นเลิศในบางอย่าง มากกว่า การมีภาพที่ดีในหลายเรื่อง นั่นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อฉัน เพราะเนื่องจากภาระงาน ฉันต้องเว้นจากงานหลายอย่างที่ฉันรักจะทำ เช่น ทุกสัปดาห์ ฉันต้องปล่อยโครงการหลายอย่างที่คิดว่าจะทำให้สนุก ฉันปฏิบัติตามหลักการ 10–80-10 กับประชาชนผู้ซึ่งได้นัดหมายงานไว้ ฉันใช้ 10 % แรก ในการสร้างวิสัยทัศน์ วางตัวแปร จัดหาแหล่งทรัพยากร และให้กำลังใจ แล้วได้ทำ 80% กลาง ฉันมาเคียงข้างเขาอีก และช่วยเขาทำอะไรก็ตาม ในที่เหลือของเส้นทาง ถ้าฉันทำได้ฉันเรียกว่า “ การวางลูกเชอร์รี่บนยอด”

ไม่สามารถไปได้ทุกที ในการประชุมทุกครั้ง ผู้พูดและนักประพันธ์ ได้เดินทางมาก ก่อนฉันจะเริ่มการพูด ที่ดูเหมือนมีชีวิตที่มีเสน่ห์ แต่หลังจากได้เดินทางหลายล้านไมล์ ฉันได้รู้ว่า การเดินทางประเภทใดที่ทำได้ พูดอย่างกระทบกระเทียบ ฉันยังรักการเดินทางหาความสุขเพลิดเพลินกับภรรยา มันเป็นความสนุกมากอย่างหนึ่งของเรา เธอและฉันสามารถใช้วันหยุด 10 ครั้งต่อปี และสนุกสนานทุกครั้ง แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ เพราะว่าเวลาส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ฉันเรียกว่า “ ถูกให้ทำ “ ช่วยประชาชน สร้างบุคลิกภาพและพัฒนาความเป็นผู้นำ

ไม่มีความสามารถหลายด้าน การรวมศูนย์ ยังทำให้ฉันห่างจากการมีความสามารถหลายด้าน ฉันบอกกับผู้คนว่า “ 99 % ของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ฉันไม่ต้องการที่จะรู้ “ ฉันพยายามที่จะรวมศูนย์ในเรื่อง 1% ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดและในส่วนที่เหลือ 99 % , ภรรยา ทำให้ฉันตระหนักถึงอะไรก็ได้ ที่ต้องการจะรู้ มันเป็นหนทางหนึ่ง ที่ฉันจะรักษาไว้ จากการได้รับทั้งหมดที่ขาดการสมดุลในชีวิต การเต็มใจที่จะยอมแพ้บางสิ่งที่ท่านรัก เพื่อที่จะรวมศูนย์ในสิ่งที่มีผลยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ใช่บทเรียนที่ง่ายที่จะเรียนรู้ แต่ยิ่งคุณยอมรับมันได้ก่อนเท่าใด คุณก็สามารถอุทิศตัวเองเพื่อความเป็นเลิศในสิ่งที่สำคัญที่สุดได้เร็วเท่านั้น