นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ จำนวน 5 ราย ได้แก่

บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” โดยจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านค้าปลีกแบบถาวรราคาต่ำกว่าท้องตลาด 15-20 % เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

ในช่วงเริ่มต้นโครงการมีการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจำนวน 18 สินค้า 48 รายการ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แชมพู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เป็นต้น โดยจะจำหน่ายผ่านช่องทางร้านค้าในการส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร้านค้าต้นแบบ 114 แห่ง ซึ่งมีร้านค้าเครือข่ายประมาณ 20,000 แห่ง

โดยระยะแรกจะมีร้านค้าเครือข่ายเข้าร่วมโครงการ 5,454 แห่ง ร้านค้าในการส่งเสริมของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งมีจำนวนร้านค้าประมาณ 19,000 แห่ง โดยในระยะแรกจะมีร้านค้า

เข้าร่วมโครงการประมาณ 500 แห่ง ร้านค้าศูนย์สาธิตการตลาดในการส่งเสริมของกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งมีจำนวนร้านค้า 790 แห่ง โดยในระยะแรกจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 102 แห่ง รวมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรกประมาณ 6,056 แห่ง รวมทั้งจะมีร้านค้าปลีกอื่นๆ ที่จำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ ทั้ง 5 ราย เข้าร่วมโครงการด้วย

โดยในวันนี้ (10 เมษายน 2560) กรมการค้าภายในได้นำสินค้าธงฟ้าประชารัฐมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางเป็นจำนวนมากในช่วงก่อนวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร/หมอชิต) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) และสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 9 – 11 เมษายน 2560 เวลา 09.00 – 21.00 น. และจะเริ่มจำหน่ายสินค้าธงฟ้าประชารัฐผ่านช่องทางร้านค้าปลีกดังกล่าวข้างต้น ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2560

นายสนธิรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ

ตามสถานีขนส่งและสถานีรถไฟทั่วประเทศ เช่น ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค

ผู้ให้บริการรับฝากของบริการรถเข็มสัมภาระ จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ เพื่อป้องปรามมิให้ฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าและคิดค่าบริการสูงเกินสมควร ทั้งนี้ หากพบการกระทำผิดดังกล่าวสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับ 10,000 บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ