นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอนักท่องเที่ยวชายหญิงกลุ่มหนึ่ง ขณะกำลังขูดและขีดเขียนสลักชื่อลงบนหินงอกหินย้อยภายในถ้ำแม่อุสุ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งนอกจากจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเกรงว่าสภาพหินงอกหินย้อยภายในถ้ำซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินจะถูกทำลาย หรือสูญเสียความสวยงามจากรอยขูดขีดที่เกิดจากความคึกคะนองของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม จึงได้สั่งการให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

โดยเบื้องต้น กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังนี้ 1.การประกาศห้ามนักท่องเที่ยวมิให้กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้หินงอกหินย้อยเสียหาย 2.ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เดินลาดตระเวนตรวจตราบริเวณดังกล่าว และให้มีจุดตรวจนักท่องเที่ยวห้ามนำอุปกรณ์ที่จะทำลายหินงอกหินย้อยเข้าไปในถ้ำ เช่น มีด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก 3.ติดตั้งป้ายเตือนและคำแนะนำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบริเวณทางเข้าถ้ำแม่อุสุเพิ่มขึ้น และ 4.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบโดยทั่วกัน และหากมีการกระทำอีกจะต้องมีการดำเนินการเพื่อลงโทษตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ต่อไป

“การดำเนินการดังกล่าว จะไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะพื้นที่ถ้ำอุสุเท่านั้น แต่ยังจะมีดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันดูแลรักษาและไม่กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ ที่จะส่งผลให้หินงอก หินย้อย ผนังถ้ำ หรือธรรมชาติอื่นใดจนเกิดความเสียหาย เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานเราได้ชื่นชม และหากพบเห็นใครที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเพื่อเข้าดำเนินการได้ทันที” โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว