จากสถานการณ์ “สาหร่ายบูม” สีเขียวเป็นแพเต็มผิวน้ำในบริเวณพื้นที่เขื่อนระบายน้ำลำโดมใหญ่ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำโดม จ.อุบลราชธานี เดือดร้อนไม่สามารถใช้น้ำได้ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสำนักงานชลประทานที่ 7 จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและหาแนวทางระบายน้ำช่วยบรรเทาปัญหา แต่พบว่าน้ำในตอนบนมีไม่เพียงพอในการระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา จึงได้ประสานขอฝนหลวงจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประสานความร่วมมือกับทางจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานชลประทานที่ 7 วางแผนช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาปัญหา “สาหร่ายบูม” ในบริเวณพื้นที่เขื่อนระบายน้ำลำโดมใหญ่ อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี โดยจากการประสานความร่วมมือหน่วยงานในพื้นที่หลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา “สาหร่ายบูม” พบว่า ปัญหา การเกิดขึ้นของสาหร่ายบูม เนื่องมาจากสาหร่ายได้รับอาหารจากการทิ้งน้ำซักล้างจากชุมชน น้ำจากสารเคมีใช้ทำเกษตรกรรม และน้ำเสียจากบ่อบำบัด ทำให้น้ำในบริเวณนี้มีธาตุอาหารสูง ประกอบกับมีการปิดเขื่อนลำโดมใหญ่ ทำให้น้ำนิ่ง ไม่ไหล และมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติ จึงทำให้เกิดสาหร่ายบูมเป็นแพเต็มลำน้ำขึ้น จากผลตรวจวิเคราะห์น้ำ ไม่พบมีสารโลหะหนัก จึงไม่เป็นอันตรายกับผู้ที่สัมผัส แต่จะรู้สึกคัน เพราะน้ำมีความเป็นกรดสูงจากการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย แนวทางการแก้ปัญหาจึงต้องมีการปล่อยน้ำมาชะล้างถ่ายเทเพื่อใช้ปรับสภาพน้ำในลำน้ำให้ดีขึ้น

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะขึ้นบินปฏิบัติการทันทีที่สภาพอากาศเหมาะสมเอื้ออำนวย เพื่อช่วยบรรเทาปัญหา “สาหร่ายบูม” ในพื้นที่เขื่อนลำโดมใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อไป เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ที่เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร หรือ ที่เว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร www.royalrain.go.th