เมื่อวันที่ 11 พ.ค.60 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทหลักในการพัฒนาประเทศ โดยขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “Thailand 4.0” เป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รวมทั้งเป็นประเทศพัฒนาแล้ว บนของนวัตกรรมใน 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2560-2579) ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่หนึ่งในภารกิจสำคัญของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ การปกป้องและดูแลพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศให้รอดพ้นจากภัยคุกคามต่างๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนากลไกและเครื่องมือเฝ้าระวังตรวจสอบสภาพพื้นที่ป่าที่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับนโยบาย และพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจในเรื่องดังกล่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้วางแผนดำเนินโครงการ “Smart National Park 4.0” เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เป็นเครื่องมือช่วยเฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบ การเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นระบบ

“ปัจจุบัน กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีภารกิจที่ต้องดูแลพื้นที่อนุรักษ์ถึง 73 ล้านไร่ ด้วยจำนวนเจ้าหน้าที่มากกว่า 30,000 คน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ประโยชน์ในการเฝ้าระวังภัยคุกคาม โดยโครงการ SMART NATIONAL PARK 4.0 คือการจัดทำ Smart Platform ให้เป็นระบบศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้สามารถวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และวางแผนพัฒนาพื้นที่อุทยานให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและถูกต้องมากที่สุด รวมทั้งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล สามารถเฝ้าระวังภัยคุกคามในพื้นที่อุทยานแห่งชาติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลได้แบบ Real Time เพียงสัมผัสปลายนิ้ว”

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากเป้าหมายเพื่อการปฏิบัติภารกิจและบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์แล้ว การพัฒนาโครงการ Smart National Park 4.0 ยังมีเป้าหมายเพื่อให้ประโยชน์ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยอำนาจความสะดวกในการให้เข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยว การสืบค้นข้อมูล ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว จองที่พัก ร้านอาหาร และศึกษาหาเส้นทางไปยังสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังสร้างการเรียนรู้ การปลูกจิตสำนึก การมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมกับสร้างเครือข่ายหรือตาสับปะรด เฝ้าระวังภัยคุกคาม การแจ้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือขอความช่วยเหลือ (SOS) ได้อย่างทันท่วงที

โดยเบื้องต้นจะมีการเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่นครบตามความต้องการใช้งานจำนวน 7 แอพพลิเคชั่น ได้แก่ 1.Park Ranger Application 2.Park Ranger Scout Application 3.Command Center Application (ศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามพื้นที่อุทยานแห่งชาติ) 4.Park Tourist Application 5.Ticket System 6.เพื่ออุทยานแห่งชาติ Application และ 7.การประชาสัมพันธ์ Application โดยปัจจุบันโครงการกำลังอยู่ระหว่างการร่างเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของภารกิจ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ภายในเดือนกันยายน 2560 นี้

การพัฒนาโครงการ Smart National Park 4.0 นับเป็นการพัฒนาอุทยานแห่งชาติด้วยนวัตกรรมที่สามารถรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างอาชีพ รายได้ และหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจของชาติ ไปพร้อมๆ กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเฝ้าระวังภัยคุกคามต่างๆ ที่จะเกิดกับอุทยานแห่งชาติ มีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

อย่างไรก็ดี การจะป้องกันการบุกรุกป่าและรักษาทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้อย่างได้ผล มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ทั้งในการร่วมดูแลรักษารวมทั้งเข้าร่วมเป็นเครือข่ายแจ้งเหตุเมื่อพบการบุกรุกผืนป่า ซึ่งในอนาคตแอพพลิเคชั่นใหม่จะได้รับการพัฒนาขึ้น จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการแจ้งเหตุได้ง่ายมากขึ้น และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป