ดีเอสไอ เผย บุกค้นขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี ทำรัฐเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท พร้อมเอาผิดขบวนการนำรถจดประกอบเข้าราชอาณาจักร

วันที่ 19 พ.ค. 60 เวลา 11.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ นายนพดล รัตนเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ และ นายอังเดร วิตาโลเน่ ตำรวจสากลชาวอิตาลี ร่วมแถลงผลการป้องกั นและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ กลุ่มขบวนการกระทำผิดเกี่ยวกั บการลักลอบและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร อันส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ มูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีรถเทรลเลอร์ บรรทุกรถยนต์หรู ที่ถูกไฟไหม้ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.56 จึงได้มีการสอบสวนขยายผล บริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ที่ระบุ ใบราคาสินค้าขาเข้าต้องแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อเสียภาษีอากร โดยมีการสำแดงราคาต่ำกว่าราคาเป็นจริง ซึ่งราคาเฉลี่ยผู้นำเข้า คือ ไม่เกินร้อยละ 40 ของราคารถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศต้นกำเนิดรถยนต์จำหน่าย กระทั่งวันที่ 18 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ดำเนินการขอหมายค้นต่อศาลอาญาเพื่อตรวจค้นสถานที่เป้าหมายจำนวน 9 แห่ง และสามารถอายัดรถยนต์ได้จำนวน 122 คัน เป็นรถหลายยี่ห้อ อาทิเช่น ลัมโบกินี, แมคคาเรน, โลตัส เป็นต้น จาก 5 จุดตรวจค้น ทั้งนี้ ภาษีที่ขาดโดยเฉลี่ยประมาณ 10 – 18 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งรวมแล้วรัฐเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,400 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า ดีเอสไอ ประสานการทำงานร่วมกับต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ซึ่งตนและทีมงานต้องเดิ นทางไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ประกอบการรถดังกล่าวทั้งประเทศอิตาลีและประเทศอังกฤษ ใช้ความพยายามค่อนข้างมากเนื่องจากต้องค้นข้อมูลบริษัทย้อนหลังหลายปี แต่ขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถตอบคำถามสังคมได้

"ยกตัวอย่าง รถหนึ่งคันนำเข้ารถหรู ลัมโบกินี่ จากประเทศอิตาลี ที่ตรวจยึดมาได้นั้นจากการตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ ตรงตามข้อมูลบริษัทผู้ประกอบการ ราคาขายที่นั้น ราคา 12 ล้านบาท (286,000 ยูโร) เมื่อขบวนการจัดส่งทำเอกสารภาษี ยื่นกรมศุลกากร เหลือราคาประมาณ 3.4 ล้านบาท (105,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อให้ ราคารถสำแดงที่คูณกับ 328 เปอร์เซ็นต์ คือ ภาษีนำเข้าที่ต้องเสียนั้นราคาต่ำลง โดยคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนในวันเดียวกัน ทำให้การประเมินภาษีเหลือ 11 ล้านบาท ซึ่งจริงแล้วต้องเสียภาษี 41 ล้านบาท และภาษีขาดหายไปร่วม 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รถแต่ละคันภาษีแตกต่างกันตามรุ่นและยี่ห้อ" พ.ต.ท.กรวัชร์ เผย

พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยอีกว่า สำหรับวิธีการนำรถเลี่ยงภาษีเข้ามายังประเทศไทยนั้นขบวนการดังกล่าวจะทำรายการสินค้าขึ้นมาเองและส่งให้เจ้าหน้าที่ กรมศุลกากรรับชำระภาษี ตามราคาแจ้ง ซึ่ง ดีเอสไอ ต้องไปตรวจสอบเอกสารว่ามี การปลอมขึ้นมาหรือไม่ ต่อไป นอกจากนี้ ดีเอสไอ จะดำเนินการตรวจสอบทุกบริษัทที่ นำเข้ารถหรูและข้อมูลย้อนหลั งทราบว่ามีรถดังกล่าวเป็ นจำนวนหมื่นกว่าคัน

ขณะที่ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า หลังตนเคยเป็น เลขาธิการ ป.ป.ท. ตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวและส่งรายชื่อให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกั นและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้วกว่า 110 รายชื่อ แต่ยังไม่สามารถหาราคาซื้อขายจริงได้ พอมาอยู่ กระทรวงยุติธรรม กำกับดูแล ดีเอสไอ จึงให้สืบสวนผู้นำเข้าเพราะต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ จนสามารถจับกุมขบวนการดังกล่าวได้และเหตุการณ์นี้ต้องยึดอายัดรถเอาไว้เพื่อป้องกันบุ คคลที่ 3 ซื้อไปโดยผู้ซื้อไม่ทราบอาจเป็นผู้ร่วมกระทำผิดได้ หลังจากนี้ กำชับให้ ดีเอสไอ ทำตามหลักฐานกับรถจดประกอบเพราะมีพฤติการณ์คล้ายกัน

ทางด้าน นายนพดล เปิดเผยว่า ส่วนกรณีขบวนการนำรถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจดประกอบเป็นรถยนต์จากอุปกรณ์ ชิ้นส่วนรถยนต์เก่า ดีเอสไอ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากต่างประเทศที่กรมการขนส่ งทางบกนำส่งข้อมูลมาให้ 7,123 คัน ซึ่งจากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายเป็ นความผิด จำนวน 3,773 คัน ดังนี้ 1. ความผิดตามมาตรา 27 หรือ มาตรา 27 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 จำนวน 1,038 คัน รับเป็นคดีพิเศษแล้ว 25 คัน และอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนเพื่อพิจารณาเป็นคดีพิเศษอี ก 1,013 คัน แบ่งเป็นรถหรูมูลค่าเกิน 4 ล้านบาท พบความผิด 98 คัน เป็นคดีพิเศษแล้ว 25 คัน มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้ องในการกระทำความผิดทั้ง นิติบุคคล , บุคคลธรรมดา , เจ้าหน้าที่รัฐ และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาแล้ว รวมทั้ง อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นคดีพิ เศษ 73 คัน นอกจากนี้ รถมูลค่าไม่เกิน 4 ล้านบาท พบความผิด จำนวน 940 คัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นคดีพิเศษ

นายนพดล เปิดเผยต่อว่า 2. ความผิดตามมาตรา 6 พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 จำนวน 2,735 คัน ซึ่งได้นำส่งข้อมูลรถจดประกอบให้กรมศุลกากรพิจารณาดำเนินการเรียกเก็ บอากรโครงตัวถังและเครื่องยนต์ ที่นำเข้ามาจดประกอบเป็นรถยนต์ ครบชุดสมบูรณ์ จำนวน 848 คัน และมีมติส่งให้ ดีเอสไอ ดำเนินคดีอาญา จำนวน 205 คัน โดย ดีเอสไอ ออกเลขคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดไปแล้ว จำนวน 27 คัน ทั้งนี้ คงเหลือข้อมูลรถจดประกอบที่ต้องนำส่งกรมศุลกากรพิจารณา จำนวน 1,887 คัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลข้อมู ลหมายเลขตั้งต้นโครงตัวถังรถยนต์และหมายเลขเครื่องยนต์ จากโรงงานผู้ผลิตจากต่างประเทศ

"ผู้ครอบครองรถปัจจุบัน อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถตกลงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ให้มีการดำเนินคดี และไม่ต้องนำรถยนต์มาส่งมอบให้ กับเจ้าหน้าที่ดำเนิ นการตรวจสอบรถยนต์ เพราะเบื้องต้นรถยนต์ที่ท่านได้ ครอบครองไว้ตามรายการดังกล่าว จำนวน 73 คัน มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ ครอบครองรถยนต์ดังกล่าว และเป็นการปกป้องสิทธิของผู้ที่ จะครอบครองรถยนต์รายต่อไป จึงให้ท่านนำรถยนต์ที่ ครอบครองมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้ าที่ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป" นายนพดล กล่าวทิ้งท้าย