แสงไทย เค้าภูไทย

ดุสิตโพลรายเดือน 3 เดือนล่าสุด สรุปผลคะแนน นิยมรัฐบาลด้านเศรษฐกิจยังแย่ ประเด็นซื้อเรือดำน้ำยังฝังใจด้านลบ ไปดีด้านปราบคอรัปชั่น ขึ้นทะเบียนคนจน
พาดหัวข่าว “ปชช.มองผลงานแย่ ‘รบ.ประยุทธ์’ ชี้แก้เศรษฐกิจ-ซื้อเรือดำน้ำ” (กรุงเทพธุรกิจ 10 ก.ค.60) เป็นนัยที่บ่งชี้จุดด้อยของรัฐบาลว่ายังหาจุดเปลี่ยนไม่เจอ
ทั้งนี้เป็นการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “การรับรู้ผลงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์”ระหว่างวันที่ 3-7 ก.ค. 2560 ของ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ร้อยละ 54.32 ตอบว่ารับรู้ผลงานของรัฐบาล แสดงว่า ที่เหลือร้อยละ 45.68 ไม่รับรู้ กับรู้บ้างไม่รู้บ้าง หรือไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ใส่ใจจะรู้ในส่วนของผู้ที่รับรู้ 54.32% นี้โพลตั้งหัวข้อแบบลำลอง คือๆไม่บ่งชัดโดยใช้ค่า”รับรู้” กำกับคำถามแบบเกรงใจ เช่น ผลงานรัฐบาลที่ประชาชนรับรู้ อันดับ 1 คือการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น 78.14% อันดับ 2 การลงทะเบียนคนจน 75.21 อันดับ 3 การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง 68.93 อันดับ 4 การประชาสัมพันธ์ ไทยแลนด์ 4.0 ร้อยละ 74.60 อันดับ 6 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การเลือกตั้ง 71.11 อันดับ 7 การปฏิรูปการศึกษา 70.87%จำกัดแค่ “รับรู้” เท่านั้น ไม่ได้ให้วิจารณ์หรือให้ความเห็นนอกเหนือไปจากนี้ โดยเฉพาะการชั่งน้ำหนักว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี”แต่ในส่วนที่ให้แสดงความเห็นผลงานเด่นของรัฐบาลไก้แก่

1. การปราบปรามทุจริต คอรัปชั่น 78.14%
2. การลงทะเบียนคนจน รัฐสวัสดิการ 75.21%
3. การพัฒนาระบบคมนาคมรถไฟความเร็วสูง 68.93%

ผลงานที่อยากได้ (เหตุว่าด้อย) คือ
1..การประชาสัมพันธ์ ไทยแลนด์ 4.0 และการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ 74.60%
5. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การเลือกตั้ง 71.11%
6.การปฏิรูปการศึกษา 70.87%
สำหรับผลงานเด่นของรัฐบาล

1.ปราบทุจริตคอรัปชั่น 84.38% 2.
2.การจัดระเบียบสังคมและการทวงคืนผืนป่า 72.19%
3.การพัฒนาระบบคมนาคม 66.93%
ผลงานด้อยของรัฐบาล
1.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 81.33%
2.การใช้งบประมาณทางทหารกรณีซื้อเรือดำน้ำ 70.40%
3.การใช้มาตรการ ม. 44 โดยเฉพาะห้ามนั่งท้ายกะบะ 67.45%
เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว สรุปภาพรวมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในความคิดเห็นของประชาชน
1. ผลงานดีและแย่ พอๆกัน 46.76%
2. ผลงานดีกว่าแย่ 38.49%
3.ผลงานแย่มากกว่าดี 14.75

ก่อนหน้านี้ สวนดุสิตโพล ได้ทำโพลในลักษณะนี้ 2 ครั้งโดยทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเมื่อต้นเดือนมิ.ย. 60 ในหัวข้อ “5 ปัญหารุมเร้ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่ประชาชนหนักใจ” ผลดังนี้

อันดับ 1 . ปัญหาเศรษฐกิจ 87.92% เหตุผลที่หนักใจ คือแก้ไม่ตก
อันดับ 2. การทุจริต คอรัปชั่น 76.61% เพราะยังพบการทุจริตจำนวนมากโดยเฉพาะในโครงการต่างๆของภาครัฐ
อันดับ 3 ความขัดแย้งทางการเมือง70.45% เหตุผล เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้อง รัฐบาลไม่สามารถสร้างความปรองดองได้อย่างแท้จริง
อันดับ 4 การบังคับใช้กฎหมาย การใช้ ม.44 เพราะมีกระแสต่อต้าน มองว่าถูกรัฐบาลปิดกั้น ถูกจำกัดเสรีภาพ สองมาตรฐาน บางคดีถูกมองว่าไม่เป็นธรรม
อันดับ 5 การเลือกตั้ง 61.18% เพราะเป็นเรื่องสำคัญทางการเมืองและมีผลต่ออนาคตของประเทศ กระบวนการ ขั้นตอนต่างๆยังไม่ชัดเจน
โพลก่อนหน้านี้ สำรวจเมื่อ 2-6 พ.ค.60 ในหัวข้อ “ประชาชนมองจุดแข็ง จุดอ่อนรัฐบาลประยุทธ์ อย่างไร”
จุดแข็ง : 1. การปราบปรามทุจริต คอรัปชั่นยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 75.36% 2. การช่วยเหลือเกษตรกร คนจน ผู้มีรายได้น้อย 68.28% 3.การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ 66.38% 4.การดำเนินการตามโรดแม็พ 62.72% 5.การจัดระเบียบสังคม 61.76%
จุดอ่อน: 1.เศรษฐกิจตกต่ำ 74.04% 2. การจำกัดเสรีภาพ 70.27% 3.การใช้งบประมาณจำนวนมากซื้อเรือดำน้ำ 63.59% 4. ปัญหาชายแดนใต้ 57.39% 5.คดีสำคัญไม่คืบหน้า เช่นวัดธรรมกาย ทายาทกระทิงแดง 53.90%

สรุปการสำรวจความเห็นของประชาชนในรอบ 3 เดือน เดือนละครั้ง ถ้าหากแบ่งกลุ่มความเห็นออกเป็น “บวก-ลบ” แล้วเอาเปอร์เซ็นต์หรือสัดส่วนความเห็นที่เป็น “เชิงบวก” กับ ความเห็นที่ “เชิงลบ” มาเทียบกันจะพบว่ากลุ่มความเห็นในผลงานทั้ง 2 ด้าน ยังมีสัดส่วนไม่ต่างกันคือในแง่บวก ก็ยังบวก ไม่พลิกกลับไปเป็นลบ เช่น การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น การลงทะเบียนคนจน รถไฟความเร็วสูง ฯลฯส่วนในแง่ลบกังลบเช่นเดิม เช่น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กรณีซื้อเรือดำน้ำ การใช้ ม.44 เป็นต้น ซ้ำบางด้าน กลับมีความเห็นเชิงลบเพิ่มขึ้นเช่นปัญหาเศรษฐกิจ เดือน พ.ค.ประชาชนเห็นว่าล้มเหลวหรือไม่ดี 74.04% เดือนมิถุนายน 87.92% เดือนกรกฎาคม 81.33%หากเติมหัวข้อ พ.ร.ก.บริการแรงงานต่างด้าวเข้าไป อัตราส่วนความคิดเห็นของประชาชนด้านลบจะยิ่งเพิ่มขึ้นเพราะมีการวิเคราะห์จากนักวิชาการกันว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวกระทันหัน ก่อให้เกิดอาการ “ช็อก” แก่วงการอุตสาหกรรมใช้แรงงานมาก และธุรกิจบริการอย่างรุนแรงแม้นายกฯจะใช้ม.44 ระงับและเลื่อนการประกาศใช้ออกไป 6 เดือน แต่ชั่วแค่สัปดาห์เดียวที่ประกาศฝช้ พ.ร.ก.นี้ผลกระทบรุนแรงมหาศาลตัวเลขจีดีพีทั้งปี ที่แม้จะได้การส่งออกเพิ่มขึ้นมาช่วย แต่กลับถูกฉุดงไป 0.30-1.00% ทีเดียว เป็นความผิดของใคร ?