ดร.เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.).และอดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย( ส.ท.ท.)ในฐานะประธานสมาพันธ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น( อปท.)อีสาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา เวลา 09.00-12.00 น. ณ.หอกาญจนาภิเษก ม.ขอนแก่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือมท.1 พร้อมด้วยนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะ ได้เดินทางมามอบนโยบายให้กับผู้บริหาร อปท.กว่า3พันคน ในพื้นที่ภาคอีสาน20จังหวัด

โดยมท.1 ได้เน้นย้ำถึงการแสดงบทบาทหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะของนายก อปท.ที่ต้องทำจริงทำให้ดีที่สุด ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศมีหลายประการ เช่นเดียวกับความมั่นคง ต้องช่วยกันปกป้องสถาบันของชาติ ทางด้านเศรษฐกิจ4.0 ก็ต้องใช้สติปัญญาคิดค้นนวัตกรรม สร้างงานให้แตกต่าง ทำน้อยได้มาก น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร.9มาใช้ ให้เกิดผล.

ทางด้านสังคม ก็ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างคนให้เก่งและดี ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโลโลยี ควรส่งเสริมให้มีอินเตอร์เน็ต หมู่บ้านชื้อขายกันผ่านทางไอที ทางด้านวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ ควร เน้นความสามัคคีของคนในชุมชน รวมไปถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรลดการใช้สารเคมีที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ด้านการเมือง ก็ต้องมีการถ่วงดุล ตรวจสอบการใช้อำนาจ รัฐบาลดีหรือไม่ดี อยู่ที่ประชาชนเป็นคนเลือก การบริหารใช้ยุทธศาสตร์ชาติ20ปีและแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับที่12 สุดท้าย สถานการณ์ประเทศจะดีขึ้น ก็มาจากการเมืองดีขึ้น ชาติจะพ้นจากความวุ่นวายได้

ทั้งนี้หลังจากมอบนโยบาย พลเอกอนุพงษ์ ได้เปิดโอกาสให้ผู้บริหารอปท.ในภาคอีสานได้ซักถามเสนอแนะ โดยดร.เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด ในฐานะประธานสมาพันธ์ผู้บริหารอปท.ภาคอีสาน ได้กล่าวขอบคุณ มท.1 ที่ได้มาพบปะผู้นำท้องถิ่นให้ความสำคัญกับประชาชนภาคอีสาน พร้อมนำเสนอประเด็นปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องของการจัดบริการสาธารณะ เพื่อประชาชนและการบริหารงานของ อปท.โดยสรุปประเด็นสำคัญว่า ปัญหาเรื่องของงบประมาณในปัจจุบัน ซึ่งรัฐจัดสรรอุดหนุนให้กับอปท.นั้นไม่พอเพียงกับภาระหน้าที่ในการให้บริการแก่ประชาชน

แม้ว่ารัฐจะเพิ่มตัวเลขสัดส่วนเปอร์เซ็นต์รายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็เป็นเงินที่อุดหนุนจัดสรรมาให้ อปท.จ่ายตามภารกิจของรัฐส่วนกลางถ่ายโอนมา ซึ่งบ่อยครั้งนอกจากไม่พอแล้ว ยังเป็นภาระอปท.ควักจ่ายเพิ่มเองอีก เช่น อาหารเสริม นม เงินเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ส่วนงบที่จะจ่ายให้ตามปัญหาความต้องการของประชาชนกลับลดลง โดยไปเพิ่มในงบอุดหนุนเฉพาะกิจที่คิดงานกิจกรรมให้มาจากส่วนกลาง และเกิดความเลื่อมล้ำไม่ทั่วถึงใน อปท.ห่างไกล ซึ่งมีตัวเลขตารางแนบท้ายที่เห็นชัดเจน มท.และรัฐต้องหาแนวทางสร้างกฎหมายเปิดช่องทางรายได้ให้ อปท.เพิ่มขึ้นและจัดสัดส่วนรายได้ให้เพียงพอในการจัดบริการสาธารณะ ปัญหาเรื่องกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกระเบียบไม่ครอบคลุมอำนาจหน้าที่ และออกคำสั่งมาให้ปฎิบัติ เมื่อ อปท.ดำเนินการจัดบริการสาธารณะโดยสุจริต ประชาชนได้ประโยชน์ เทศบาลไม่เสียหาย แต่ถูก สตง.ตรวจสอบ แล้วถูกชี้มูลความผิดดำเนินการทางวินัย ฟ้องอาญา คดีทุจริต ทำให้เกิดการชะงักงันในการบริการสาธารณะ ผู้บริหาร อปท.ทำหน้าที่สนองประโยชน์ ปชช.ไม่ได้ มท.ต้องดำเนินการทบทวนดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจนครอบคลุม

ปัญหาเรื่องการจัดสรรภาษีล้อเลื่อนที่ไม่เป็นธรรม อบจ.กับ กทม.ได้มากกว่า เทศบาลและ อบต.รัฐบาลและมท.ต้องเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นกว่าเดิมจาก30%เป็นไม่น้อยกว่า50%.ปัญหาเรื่องการเสนอประมวลกฎหมายท้องถิ่นให้มีการควบรวมและกำหนดวาระ2วาระ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ในชนบทตามหลักการกระจายอำนาจให้ประชาชน จัดการตนเองเรียนรู้ประชาธิปไตยพื้นฐาน มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มข้น เมื่อท้องถิ่นเข้มแข็งประเทศก็จะเข้มแข็งปลอดทุจริต

ปัญหาเรื่องถนนถ่ายโอนที่เป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ มีแต่งานโครงการ ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณมาให้ปรับปรุงก่อสร้างเพื่อการสัญจรขนส่งพืชผลค้าขายแก่ประชาชนให้ทันปัญหาความต้องการ ปัญหาเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ไม่ได้รับการปรับเพิ่มมานานมากและโดยความเป็นจริงผู้บริหาร อปท.ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนน้อยกว่าปลัดที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและไม่มีขั้นวิ่ง ไม่มีโบนัส และนายก อบต.เทศบาลตำบล เทศบาลเมืองไม่มีเครื่องราชชั้นสายสะพายที่เป็นความดีความชอบแม้จะทำงานดีเด่นกี่สมัยก็ตาม ขณะเดียวกันมีกฎหมายห้ามผู้บริหาร อปท.มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีส่วนได้เสียใน อปท.และมีชื่อถือหุ้นใน หจก.บริษัท นิติบุคลทางธุรกิจใดๆหรือเป็นลูกจ้างใครไม่ได้ ผู้บริหารและสมาชิก อปท.จึงไม่มีรายได้ใดๆอีกในการทำหน้าที่โดยสุจริตและเสียสละเพื่อบ้านเมือง จึงควรทบทวนปรับปรุงขวัญกำลังใจด้านนี้ให้ต่อไป

ทั้งนี้จากข้อเสนอดังกล่าว รมว.มหาดไทย ได้รับฟังอย่างสนใจและเข้าใจในปัญหาของ อปท.เป็นอย่างดี ทั้งนี้ รมว.มหาดไทย ได้ให้รีบทำรายละเอียดเพิ่มเติมนำส่งให้ที่กระทรวงฯโดยเร็วเพื่อจะรีบแก้ไขต่อไป ซึ่งในการนี้ได้รับเสียงปรบมือแสดงความขอบคุณและชื่นชม มท1.จากผู้บริหาร อปท.ในห้องประชุมเป็นอย่างมาก นับว่าการพบปะมอบนโยบายครั้งนี้ชื่นมื่นประสพความสำเร็จอย่างดียิ่ง ในนามสมาพันธ์ผู้บริหาร อปท.ภาคอิสานยินดีให้ความร่วมมือกับ มท.และรัฐบาลในการนำนโยบายไปปฎิบัติให้เกิดผล