เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

วันที่ 29 กรกฎาคมเป็นวันภาษาไทย แต่คนส่วนใหญ่คงไม่ทราบ และดูเหมือนไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษเพื่อให้มีการส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นวิชาที่ติดอันดับน่าเบื่อที่สุดวิชาหนึ่งในโรงเรียนภาพของครูภาษาไทยมักเป็นคนหัวโบราณ นักอนุรักษ์ ผู้พิทักษ์ภาษาไทย นักคิดนักเขียนที่มีชื่อเสียงมักไม่ใช่ครูภาษาไทย หรือเรียนจบเอกภาษาไทย จึงไม่กลัวกฎระเบียบที่เคร่งครัด “ภาษาวิบัติ” ไม่ใช่ข้อจำกัด จึงมีการคิดคำวลีใหม่ๆ เพื่อสะท้อนความคิดอันไร้ขอบเขตและพัฒนาได้ตลอดเวลาในโลกที่ไร้พรมแดนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ถ้าวันภาษาไทยมีการส่งเสริมในแบบที่ “ทันโลกทันสมัย” ให้คนรุ่นใหม่สนใจและมีส่วนร่วม ก็น่าให้มีการอภิปรายในหัวข้อ เช่น “รักภาษาไทยให้เรียนภาษาต่างประเทศ” ซึ่งไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ช่วยเสริมกันได้มากกว่า

มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นคุณูปการของการเรียนภาษาอื่น ประโยชน์ประการหนึ่งคือทำให้รักภาษาของตนและใช้มันได้ดียิ่งขึ้น (ความข้อนี้ ขออภัยถ้าหากจะยืนยันด้วยตนเองว่า ที่ได้เรียนมา 8 ภาษา ใช้ได้จริงๆ 5 ภาษา ช่วยให้รักและรู้ภาษาไทยได้ดีขึ้นจริง) มีเหตุผลมากมายที่ควรเรียนรู้ภาษาอื่นดังนี้

1.ภาษาเป็นรูปแบบชีวิต สะท้อนวิธีคิด วิถีวัฒนธรรม การรู้ภาษาอื่นเท่ากับออกจากโลกแคบๆ ใบเดียว ติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนชนชาติอื่น วัฒนธรรมอื่น รู้จักโลกกว้าง ซึ่งมีอะไรดีๆ มากมาย มหาตมะคานธีบอกว่า “ไม่มีวัฒนธรรมใดอยู่ได้ถ้าปิดกั้นตนเอง” (No culture can live, if it attempts to be exclusive.)

2.รู้ภาษาอื่นทำให้มีโลกทัศน์กว้างขึ้น มองโลกมองชีวิตและตัดสินใจได้หลากหลายมิติ
มากขึ้น ด้วยมุมมองที่ดีกว่า กว้างกว่า เฟเดริโก เฟลลีนี ผู้กำกับภาพยนต์ระดับบรมครูกล่าวไว้ (A different language is a different vision of life.) ยิ่งยุคสมัยโลกาภิวัติแบบวันนี้ ความเข้าใจโลกทั้งผองแบบภาพรวมมีความสำคัญมาก (global understanding)

3.ทำให้เปิดทางสู่ข้อมูลข่าวสารความรู้ได้อย่างกว้างขวางและลุ่มลึก เรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าข่าวสารทางสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อทันสมัยทางอินเทอร์เน็ต จูเลียส เยโก แชมป์โลกพุ่งแหลนชาวเคนยาบอกว่า เขาไม่มีโค้ช เขาเรียนรู้และฝึกทักษะกีฬาชนิดนี้จากยูทูบ

4.มองตนเองจากมุมมองของคนชาติอื่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนต่างชาติ ลดอคติ เพราะเข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ระบบคุณค่าของชาตินั้น จึงเคารพให้เกียรติกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

5.ทำให้พัฒนาทักษะภาษาของตนไปด้วย “คนไม่รู้ภาษาต่างประเทศ ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภาษาของตน” เกอเต้ นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมันบอกไว้ (Those who know nothing of foreign languages, know nothing of their own.) มีงานวิจัยที่ยืนยันเรื่องนี้จากการวัดผลการเรียนของคนที่เรียนภาษาต่างประเทศ ทำให้รู้ภาษาของตนเองได้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการเรียนวิชาอื่นๆ ไปด้วย

6.เรียนภาษาต่างประเทศบำรุงสมอง เพราะสมองได้คิด ได้ทำงานในการใช้ภาษาอื่น ทำให้ไม่เป็นโรคหลงลืม มีโอกาสได้รู้จักคนต่างชาติ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสได้ทำงานกับบริษัทที่ต้องการคนรู้ภาษาต่างประเทศ ธุรกิจใหญ่ๆ วันนี้เป็นธุรกิจข้ามชาติไปเกือบหมดแล้ว

7.ได้ชื่นชมงานศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนต์ในภาษาดั้งเดิม ได้อรรถรสมากกว่ามาก ไปเที่ยวต่างประเทศสนุกกว่า เพราะได้สื่อสารกับคนต่างชาติ ได้รับรู้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของสถานที่ต่างๆ โดยตรง ไม่ต้องผ่านล่าม

8.การรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตรี โท เอก ในต่างประเทศ หรือแม้แต่ในเมืองไทยเอง เรียนปริญญาเอกก็ต้องรู้ภาษาอังกฤษ มีเกณฑ์ที่ต้องสอบผ่าน

การรู้ภาษาอื่นเป็นกำไรชีวิต เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่กลัวคนต่างชาติ กล้าแสดงความคิดเห็น มีความเป็นตัวของตัวเอง ไปต่างประเทศก็ไม่กลัวหลงทาง การไม่รู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ นอกจากอาจทำให้หลงทางแล้ว อาจทำให้หลงยุค ตกยุค ไม่รู้เท่าทันการแปลี่ยแปลงของโลก
ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ แต่ทั้งภาษาอังกฤษและยูเอ็นต่างก็เป็น “แม่เลี้ยง-พ่อเลี้ยง” ของคนทั้งโลกวันนี้ไปแล้ว ไม่สนใจ ไม่ให้ความสำคัญ ก็เหมือนไม่รู้เขา ไม่รู้เรา รบร้อยครั้งก็แพ้ร้อยครั้ง (อย่างที่ซุนหวู่ว่า)