จากกรณีมีงานวิจัยจากเยอรมนี เผยงานวิจัยใหม่พบฟองน้ำที่ใช้ล้างจานเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีในบ้านหลังหนึ่งนั้น

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ฟองน้ำที่ผ่านการใช้งาน หากไม่ล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ให้หมดไป ก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมของ เชื้อจุลินทรีย์ หรือแบคทีเรียก่อโรค เช่น เชื้อซัลโมเนลล่า ที่ติดมากับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุเกิดโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วงได้หากใช้ฟองน้ำล้างจานซ้ำๆ โดยไม่ล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค หลังใช้งานทุกครั้ง ควรนำฟองน้ำล้างจานหรือแผ่นใยขัดมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด และตากแดดทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง หรือใช้น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะผสมน้ำเปล่าครึ่งลิตร แล้วนำฟองน้ำหรือแผ่นใยขัดแช่ไว้ 1 คืน และต้องเปลี่ยนน้ำส้มสายชูทุกวัน หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจานที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียล้างฟองน้ำได้เช่นกัน สิ่งสำคัญควรแยกฟองน้ำที่จะใช้ล้างภาชนะให้เหมาะกับแต่ละประเภท

สำหรับการทำความสะอาดใช้ฟองน้ำหรือแผ่นใยสังเคราะห์ช่วยทำความสะอาด แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง เพื่อล้างน้ำยาล้างจานและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ออกให้หมด แล้วคว่ำให้แห้ง หรือผึ่งตากในที่มีแสงแดดส่องถึงเพื่อฆ่าเชื้อโรค ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดเพราะอาจทำให้ปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกที่ติดมากับผ้าได้