“หน.กลุ่มประติมากรรม”สำนักช่างสิบหมู่เผยสรุปตัวเลขงานปั้นต้นแบบประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ 612 ชิ้นเสร็จสมบูรณ์ ขณะที่กลุ่มจิตรกรรมลงสีพระอิศวรห่มหนังเสือ พระพิเนกสีทองแดง-พระพินายสีหงดิน

ที่โรงประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม นายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช งานในส่วนที่กลุ่มประติมากรรมได้รับมอบหมายดำเนินการปั้นต้นแบบเสร็จสมบูรณ์แล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างทำพิมพ์ หล่อไฟเบอร์กลาส และประกอบเข้ากับแท่นฐาน และส่งงานที่ประกอบแล้วเสร็จให้กลุ่มจิตรกรรมลงสีเบื้องต้น และได้สรุปยอดรวมงานปั้นประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศทั้งหมด ประกอบด้วย 1. งานปั้นของกลุ่มประติมากรรม 2.ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา และสีบัวทอง จ.อ่างทอง ที่มีนายสุดสาคร ชายเสม เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการจัดสร้างราวบันไดนาค เทพชุมนุมฐานไพทีนั่งราบ และเทพพยดาท้องไม้ ได้แก่ เทพพนมนั่งสั้น และครุฑยุดนาค 3.งานปั้นสัตว์หิมพานต์ ม้า โค สิงห์ และสัตว์ผสมของกลุ่มช่างปูนปั้นสด จ.เพชรบุรี และ 4.งานปั้นช้าง 10 ตระกูล และช้างหิมพานต์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง รวมจำนวน 612 ชิ้นงาน คาดว่าเมื่อกลุ่มจิตรกรรมลงสีแล้วเสร็จจะทยอยนำไปติดตั้งยังพระเมรุมาศในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้

ด้าน นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา กล่าวว่า ทางกลุ่มจิตรกรรมได้ทำการลงสีงานปั้นที่ดำเนินการแล้วเสร็จหลายชิ้นงาน ได้แก่ พระอิศวร หนึ่งในองค์มหาเทพ อยู่ระหว่างลงสีเป็นเงาลึกให้ออกเป็นสีกลีบบัวโรย ส่วนเครื่องทรงนุ่งหนังเสือนุ่งผ้าโธตี ซ้ายและขวา ไม่เท่ากันตามลักษณะของพราหมณ์ ที่เป็นมหาโยคี หรือนักบวช นุ่งห่มด้วยหนังเสือ หรือหนังหมี นอกจากนี้ยังมีราชสีห์ 3 ตัว คชสีห์ที่ลงสีเสร็จแล้ว 2 ตัว ยังเหลือการลงสีส่วนตาอีกเล็กน้อย และประกอบแท่นฐาน ส่วนราชสีห์ ลงสีกายเป็นสีขาวอมครีม เครื่องทรงลงสีทองทั้งกนก ครีบ ขา และแข้งสิงห์เป็นสีทอง และบริเวณวงทักษิณาวัตรรอบกายเป็น สีทองเขียนลักษณะเดียวกับหัวโขน คชสีห์ ลงสีม่วงอ่อน เครื่องทรงเป็นทอง ต่างกันที่ตาตัวหนึ่งเขียนเหมือนช้าง และอีกตัวหนึ่งเขียนแบบลายไทยในวรรณคดี พระอินทร์สีเขียวปีกแมลงทับ ผ้านุ่งเป็นโคมพุ่มข้าวบิณฑ์ช้างเอราวัณ ท้าววิรูปักษ์ที่เป็นเจ้าแห่งนาค มีลายผ้าเป็นพญานาคพุ่มข้าวบิณฑ์ บริเวณสนับเพลาเป็นริ้วนาคผิวกายสีขาว

“สำหรับพระพิเนก และพระพินายที่ปั้นแล้วเสร็จ จะลงสีเครื่องประดับเป็นสีทองทั้งชฎา พาหุรัต ทองพระกร ทองพระบาท และพระภูษาจะออกแบบให้ซ้ำกัน แต่ลักษณะของลายจะเป็นลายเดียวกัน สำหรับสีกายเป็นสีอุบัติวานร 18 มงกุฎเป็นไปตามเรื่องรามเกียรติ์ ที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 แบ่งเป็น พระพินายสีทองแดง มีงาด้านซ้าย ถือเทพศาสตร์วุธเกี่ยวกับการช้าง พระกรด้านบน จะมีอังกุศ หรือขอสับช้าง และบาศ กรด้านล่างประทานพร ส่วนพระพิเนก มีงาด้านขวา เป็นนิลขัน สีหงดิน กรด้านบนถือสังข์ ดอกบัว ส่วนกรด้านล่างประทานพร สำหรับแผงประภามณฑลด้านหลังทั้งสององค์จะพิจารณาสีให้มีความแตกต่างกัน” นายสมชาย กล่าว