ดร.วิชัย พยัคฆโส
payackso@gmail.com

เหนือความคาดหมายที่ประเทศไทยได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมสุดยอดของกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีอนาคตใหม่ ไล่ตามกลุ่ม G7 มาติดๆ นายกรัฐมนตรีของไทยได้แสดงวิสัยทัศน์และอนาคตของประเทศ สามารถสร้างเครือข่ายในระดับโลกได้อย่างน่าอิจฉาแก่กลุ่มประเทศอาเซียนอีก 9 ประเทศ

ต้องยอมรับกลุ่ม BRICS ที่ประกอบไปด้วยประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมีจีนเป็นหัวหอกร่วมกับรัสเซีย อินเดีย บราซิล และ แอฟริกาใต้ มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลก มีมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือ GDP มากกว่า 32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อาจเติบโตมากกว่า 52% ของ GDP โลก หากเทียบกับกลุ่ม G7 มีสมาชิก 7 ประเทศ มีมูลค่า GDP ประมาณ 35 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าน่าจะลดลงเหลือเพียง 32% ของ GDP โลกในอนาคต

จะเห็นได้ว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่เหล่านั้นมีศักยภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจีน ที่ใช้นโยบาย one belt one road ลงทุนสร้างเครือข่ายเชื่อมไปทั่วโลกรวมถึงรัสเซียและอินเดีย ที่มีมรัพยากรธรรมชาติล้นเหลือ ไม่ต้องพึ่งพากลุ่มยุโรปหรืออเมริกาก็ว่าได้ ถือว่าเป็นยุคของเอเซียในศตวรรษที่ 21 ที่จะจับมือกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพร่วมมือกันพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ต้องมากังวลกับยักษ์ใหญ่ในอดีตที่ดีแต่กอบโกยผลประโยชน์จากกลุ่มประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา เป็นวิถีทางการถ่วงดุลอำนาจระหว่างภูมิภาคทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง 9jvlsiy{c]tp6Fix

ประเด็นจึงอยู่ที่นัยสำคัญของ BRICS คือการไม่สนใจกับกลุ่มเครือข่าย TPP ที่สหรัฐพยายามดึงบางประเทศในเอเซีย รวมถึงอาเซียนไปเป็นพันธมิตร โดยยกเอาประเด็นของการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับสหรัฐมาเป็นเครื่องมือ ซึ่งประเทศไทยยังรีรอดูท่าทีอยู่ ไม่ผลีผลามโดดเข้าไปร่วม แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐ อาจถูกชักชวนให้ร่วมกลุ่มก็ได้ แต่เชื่อว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา คงมีเหตุผลอยู่ในใจว่าจะตัดสินใจร่วมกับกลุ่มใดอยู่แล้ว

ความจริงถ้าสหรัฐอ้างเพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางการค้าแก่สมาชิก TPP ก็จริง แต่ตลาดเล็กกว่ากลุ่ม BRICS มากมาย หากไทยเราจะมีโอกาสเข้าร่วมกับกลุ่ม BRICS เมื่อใด เชื่อได้ว่าเราน่าจะเลือกพันธมิตรในเอเซียมากกว่ากระมัง

โดยเฉพาะช่วงนี้รัฐบาลไทยมีการร่วมพัฒนากับจีนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าสูงๆ ทั้งเรื่องของอาวุธ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อ one belt one road น่าจะได้ประโยชน์หลากหลายมากกว่า แนวโน้มถ้ามีโอกาสเชื่อว่าไทยคงไม่ปล่อยโอกาสให้กลุ่ม BRICS มีประเทศไทยเข้าไปด้วย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโลกของประเทศไทยที่ถูกทาง

ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีของจีน ไม่ได้แพ้กลุ่มยุโรปหรืออเมริกา มีแต่กลุ่มดังกล่าวเข้าไปลงทุนในจีนมากขึ้น จีนสามารถสร้างนวัตกรรมทั้งการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์และการขายออนไลน์ระดับโลกเป็นที่ยอมรับกันมาแล้ว ตลาดการค้าอยู่ที่เอเซียมากกว่ายุโรปหรืออเมริกา

การที่จีนเชิยไทยเข้าร่วมประชุมด้วย คงเห็นความตั้งใจของรัฐบาล คสช. ที่ผลักดันให้เกิดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ลงทุนกับ SMEs และ พลิกฟื้นคุณภาพชีวิตคนจนเช่นเดียวกับจีน ตลอดจนสายสัมพันธ์อันแนบแน่นมายาวนาน น่าจะเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาเกิดใหม่พุ่งแสงของภูมิภาค

เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคงนำเอายุทธศาสตร์ส่วนนี้เจรจากับกลุ่ม BRICS บางประเทศมาวิเคราะห์ทำการบ้านต่อ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจต้องตัดสินใจต่อการพัฒนาเครือข่ายระดับโลก จึงอยากเห็น TBRICS หรือ BRICST ที่มีในไทยเกิดขึ้นในอนาคต นั่นคือเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ น่าจะมองเห็นทางสว่างมากยิ่งขึ้น