“...เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้น เห็นจะเปลืองปากเปล่า มีอย่างที่หน จะไปขอให้ไก่เลิกกินข้าวเปลือก วิธีที่จะให้ไก่เลิกกินข้าวเปลือกก็ต้องเลิกโปรยข้าวเลือก

มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น จะไปหวังให้ประชาชนเป็นผู้แก้ปัญหา ก็เห็นจะไม่มีทางอีก เพราะประชาชนนั้นกระจัดกระจายกันอยู่ ขาดองค์กร ขาดกำลังทางด้านตัดสินใจ และขาดกำลังทรัพย์

ผู้ที่มีกำลังจะแก้ปัญหาสังคมได้นั้นมีอยู่สอง ฝรั่งเรียกว่า Official Sector หรือภาคราชการหนึ่ง และ Private Sector คอภาคเอกชนหนึ่ง

ภาคเอกชนนี้หมายถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งองค์กร กำลังทรัพย์และกำลังปัญญามากมาย ถ้าเอากำลังเหล่านั้นหันเหเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ของสังคม ก็มีทางที่จะแก้ได้สำเร็จ หรือทำให้เบาลงได้มาก

ก่อนจะทำอย่างนี้ได้ ก็เห็นจะต้องเปลี่ยนทัศนะดั้งเดิมของภาคเอกชน

ทัศนะคติดั้งเดิมของธุรกิจเอกชนนั้นก็คือ พยายามหารายได้ให้มากที่สุด เพื่อเป็นเงินตอบแทนการลงทุนของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นให้มากที่สุด พุดง่าย ๆ ว่า ต้องทำกำไรให้มากที่สุด

ทัศนะที่ควรจะตั้งขึ้นมาใหม่นั้นคือ

จะต้องลดกำไรฃลงมาเพื่อใช้ผลประโยชน์รายได้นั้นไปในทางก่อประโยชน์แก่สังคมให้มากที่สุด การทำประโยช์ให้สังคมนั้น ในบางกรณีก้อาจต้องใช้รายได้เข้าทุ่ม โดยสละผลกำไรให้เหลือน้อยลง เช่น

1. เพื่อมสวัสดิการคนงาน ในด้นค่าจ้าง เงินเดิอน และที่อยู่อาสัย ตลอดจนการรักษาโรคและเงินค่าเล่าเรียนบุตร

2. ให้การศึกษาชั้นสูงแก่คนงานของตน เพื่อให้มีโอกาสเขยิบฐานะทางสังคม ยกรายได้จำนวนมากให้แก่มูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่าง ๆ ที่เห็นว่าทำประโยชน์แก่สังคมได้จริงจัง มิใช่การมอบเงินให้เป็นการทำบุญตามธรรมเนียม หรือเพื่อโฆษณากิจการของบริษัท หรือเพื่อให้คณะกรรมการได้มีโอกาสเข้าเฝ้า ฯ พระเจ้าอยู่หัว

บางอย่างก็ทำได้โดยตัดกำไรลงไปเฉย ๆ เช่น

1. ไม่ขึ้นราคาสินค้าให้เดือดร้อนแก่ผู้บริโภคทั้งที่ต้นทุนในการผลิตสูง

2. ไม่ให้สินบน เบี้ยประชุมกรรมการ เงินก้อนเพื่อบำเพ็ยกุศลตามอัธยาสัย เงินช่วยเหลือหรือผลประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่ามากหรือน้อย แก่ข้าราชการหรือผู้มีอำนาทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อนี้ถ้านัดกันทำให้พร้อมเพรียงกันแล้วจะทำให้คอร์รัปชันหมดไปได้อย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าทางที่จt
แสวงหากำไรได้มาก จะลดน้อยลงไป

บางอย่างก็ทำได้ด้วยการลงทุนมากขึ้น ทำให้ผลกำไรน้อยลง เช่น
1.ลงทุนในเครื่องมือกำจัดสิ่งที่ถ่ายเทออกมาจากโรงงานที่เป็นพิษต่อสังคม เช่นน้ำเสียและแก๊สที่เป็นพิษต่าง ๆ 2,ลงทุนสร้างสถานที่ทำงานให้ถูกสุขภาพอนามัยแก่คนงานตามควร

บางอย่างก็ทำได้ทางปัญญา เช่น เปิดโอกาสให้ผู้บริหารธุรกิจต่าง ๆ ให้มีเวลาเข้ามาทำงานให้แก่สังคมโดยไม่รับผลตอบแทนอย่างไรมากขึ้น

ความเห็นที่เขียนมาทั้งหมดนี้ฟังดูเชย ๆ อย่างไรอยู่ แต่ถ้าผุ้นำในภาคเอกชนจัร่วมมืกันทำอย่างทีว่ามาแล้ว รับรองว่าสังคมของเราจะหมดปัญหาได้มาก” (คึกฤทธิ์ ปราโมช “สยามรัฐหน้า 5”)

อ่านแล้วท่านจะจัดการกับ “ไก่” ที่กินข้าวเปลือก” หรือจัดการไอ้คนที่โปรยข้าวเปลือก