เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.ท.กิติพงศ์ สุนทรวิภาต รอง สว.(สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม หน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน. ประเวศ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนกรุงเทพกรีฑา บริเวณลานจอดรถ หน้าห้างฯ ใกล้กับประตูทางเข้าพบเศษเหล็กของตู้เอทีเอ็ม ธ.กรุงเทพ เสียหายแตกกระจัดกระจายอยู่ในรัศมีกว่า 30 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ จึงนำกำลังเข้ากั้นพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้ามาตรวจสอบชนิดของระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการสอบถามนายทองทิว ชื่นขำ อายุ 58 ปี อาชีพ รปภ.ของบริษัท สยามวารินทร์ ชิปปิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส เวลาประมาณ ตี 3 ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง ตนเองจึงรีบมาดู พบว่ามีเพลิงไหม้อยู่บริเวณตู้เอทีเอ็ม ธ.กรุงเทพ หน้าห้างฯ พร้อมเห็นจยย. คล้ายยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ลักษณะผู้ขับขี่สูงโปร่ง สวมเสื้อแจ็คเก็ต สีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกกันน็อค สีขาว ขับออกมาจากห้างฯดังกล่าว มุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์ ก่อนมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างฯ นำถังดับเพลิงมาระงับการลุกลามของไฟ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายพลวัตร์ ใยบัว อายุ 23 ปี ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่บนหอพักติดกับห้างเทสโก้โลตัส ได้ยินเสียงระเบิดดังขี้น 1 ครั้ง จึงออกมาดูที่หน้าต่าง พบไฟกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็ม มีชายลักษณะผอม กำลังลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมคาดว่าจะเป็นกล่องบรรจุธนบัตรออกมาจากกองไฟ ก่อนจะนำขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไม่มีป้ายทะเบียนออกไป ตนคาดว่าเป็นคนร้ายจึงรีบวิ่งลงมาเพื่อไปที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่ทันการณ์คนร้ายหลบหนีไปก่อน

พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน. ประเวศ เปิดเผยว่า จากดารตรวจสอบในเบื้องต้น คาดว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแรงดันสูง ซึ่งคนร้ายน่าจะวางระเบิดอยู่บริเวณด้านหลังฝั่งขวาของตู้เอทีเอ็ม เนื่องจากพบร่องรอยการแตกจนทะลุของกำแพงทางด้านขวา เบื้องต้นยังไม่สามารถรู้ได้ว่าเงินในตู้เอทีเอ็มหายไปจำนวนเท่าใด ต้องรอเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้ามาทำการตรวจสอบ ส่วนในเรื่องของหลักฐานและชนิดระเบิดนั้น ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. ส่วนการติดตามคนร้ายนั้น ตอนนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนพื้นที่หาข่าวและตรวจเก็บภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดแล้ว เพื่อจะเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป