“DITTO” ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานก.ล.ต. เพื่อเสนอขายไอพีโอ 80 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายสาขา พัฒนาธุรกิจครบวงจร

นายนิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล หรือ ไฟลิ่ง ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็น 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ มีมูลค่าที่ตราไว้ หรือ พาร์ที่ 0.50 บาทต่อหุ้น โดยในปัจจุบัน DITTO มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 400 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น โดยมีทุนเรียกชำระแล้ว 160 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 320 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้หลังจากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ DITTO มีแผนที่จะลงทุนขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และลงทุนขยายศักยภาพในงานสแกนเอกสาร รวมถึงขยายศักยภาพในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ระบบจัดการเอกสาร และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่บริษัทฯและบริษัทย่อยมีรายได้รวมสำหรับปี 2557 – 2559 และงวด 6 เดือนแรกปี 2560 อยู่ที่ 472.21 ล้านบาท 463.09 ล้านบาท 541.27 ล้านบาท และ 230.91 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2557 – 2559 และงวด 6 เดือนแรกปี 2560 ของบริษัทฯและบริษัทย่อยอยู่ที่ 30.40 ล้านบาท 64.10 ล้านบาท 55.19 ล้านบาท และ 18.48 ล้านบาท ตามลำดับ

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO กล่าวว่า บริษัทฯเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และระบบจัดการเอกสารครบวงจร และธุรกิจจำหน่าย ให้บริการ และรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น ศูนย์ดาราศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ ระบบโทรมาตร หรือระบบเตือนภัยล่วงหน้า เป็นต้น ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทย่อย คือ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งบริษัททำการถือหุ้นในบริษัทย่อยในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว โดยมีกลุ่มลูกค้าสำหรับงานให้บริการเครื่องถ่ายเอกสาร และระบบจัดการเอกสารครบวงจรเป็นกลุ่มลูกค้าองค์กรเอกชนและหน่วยงานราชการ เช่นสำนักงานต่าง ๆ ธนาคาร และโรงพยาบาล เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มลูกค้าสำหรับงานรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก

“เราเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการระบบจัดการเอกสารแบบครบวงจรซึ่งมีกลุ่มลูกค้าในภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ และยังให้บริการด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีกับหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบจากการรับงานได้หลากหลาย เพราะธุรกิจให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร และระบบจัดการเอกสารมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้ที่เข้ามาค่อนข้างแน่นอนตามสัญญา ในขณะที่งานด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี จะเป็นงานโครงการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละงานจะมีมูลค่างานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะมาช่วยเสริมให้รายได้ของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายฐกรกล่าว