มีข้อเตือนในในการประกอบธุรกิจที่แพร่หลาย ได้ยินกันมานานแล้วว่า “อย่าเอาไข่ทั้งหมดของเราใส่ไว้ในตระกร้าใบเดียว” เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือสถานการณ์เหนือความคาดหมาย ไข่ของเราอาจจะเสียหายไปหมด ข้อเตือนใจนี้ ใช้ได้ตั้งแต่ธุรกิจระดับเล้ก ๆ ในครัวเรือน จนถงธึรกิจใหญ่ระดับเดิมพันประเทศชาติ

อภิโครงการ อีอีซี ของประเทศไทยที่หวังจะเป็นอนาคตให้เศรษฐกิจไทยพัฒนาเติบโตต่อเนื่องอย่างสอดคล้องกับแนวโน้มของยุคสมัยนั้น รัฐบาลนี้คาดหวังไว้สูงมาก

รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เคยให้ทัศนะไว้ว่า

“ เครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปอีกขั้น รัฐบาลจะโฟกัสไปที่ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor)หรือ อีอีซีที่ครอบคลุม กรุงเทพ ฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรี รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ สระแก้ว แม่สอด จังหวัดตาก และ สะเดา จังหวัดสงขลา โดยเขตเศรษฐกิจที่แท้จริงที่จะดึงการลงทุนจริงๆ คือแหลมฉบังและมาบตาพุด ที่หัวใจของตรงนี้คือว่า มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มูลค่าเป็นล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อยู่ตรงนี้อยู่แล้ว ตัวนี้คือตัวผลิตวัตถุดิบสำหรับสินค้าไฮเทคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ พลาสติก โดยท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุดที่เป็นเฟส 2 และ เฟส 3จะไม่แค่เป็นท่าเรือรับสินค้าแล้วไปส่งออกอีกต่อไป แต่ต้องทำเป็นท่าเรือสำหรับทางเข้าและออกของ CLMV แบบเมืองรอตเตอร์ดัม ที่สหภาพยุโรป

การต่อยอดจากแหลมฉบัง มาบตาพุด ไปสู่พื้นที่แถบนี้ทั้งแถบ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา ที่สำคัญคือทำเรื่อง Digital Economy เมื่อคุณลงเคเบิลใต้น้ำตรงนี้ คุณไม่ต้องอ้อมไปที่สิงคโปร์ เราสามารถเป็นเนชั่นแนล เกตเวย์ ของเราเอง ลงทุน 5,000 ล้านบาท แล้วลงทุนอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านอีก 1.5 หมื่นล้านบาท”

ดูหลักการความคิดชี้นำแล้ว เหมือนกับว่า การพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้ทันสมัย เข้มแข็ง มีอนาคตมั่นคง ทั้งทางด้านอุตสาหกรรม สภาวะชุมชนบ้านเมือง จนถึงคุณภาพคนไทยอย่างน้อยก้ในด้านการศึกษา รัฐบาลนี้จะฝากความหวังไว้กับอภิโครงการนี้ทั้งหมด

จึงเป็นห่วงว่า รัฐบาลจะเอาไข่ทั้งหมดใส่ไว้ในตระกร้า อีอีซี

ทั้งที่ควรจะมองว่า โครงการอีอีซี แม้จะเป็นโครงการที่ใหญ่โตมาก แต่ก็เป็นงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ 4.0 และการพัฒนาชุมชนเมืองในภาคตะวันออกของประเทศ ยังมีงานพัฒนา ปรับปรุง เศรษฐกิจภาคส่วนอื่น และงาน้านอื่น ๆ ที่สำคัญยิ่งยวดไม่น้อยกว่ากันอีกหลายด้าน

เช่น เรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการปัญหาสภาพแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงทั้งเศรษบกิจและการเมืองได้อย่างรุนแรง เรื่องนี้ถ้าไม่มีการปกิรูปดีและเร็ว จะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อโครงการ อีอีซี ด้วย

เพียงแค่ปัญหาป่าห้วยเม็ก จังหวัดขอนแก่น ก็น่าจะเตือนผู้กุมอำนาจรัฐได้ว่า หากสะดุดหินก้อนเล็ก ก็ทำให้หกล้มไข่ในตระกร้าแตกหมดได้