สถาพร ศรีสัจจัง

ถ้าจะถามว่า คำพูดที่ติดปากนายกฯลุงตู่ของเราคำหนึ่ง ที่มักจะปรากฏทุกครั้งที่พูด โดยเฉพาะเมื่อต้องพูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “นโยบาย” (ของรัฐบาล คสช.) ย่อมคือคำว่า 4.0 จนทำให้หลายใครเรียกยุคของท่านว่าเป็นยุค “4.0” โดยที่คนเรียกส่วนใหญ่ก็มักไม่ได้เข้าใจกระจ่างแจ้งนักว่า ความหมายของแก่นคำ “4.0” แท้ๆที่สามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆชัดนั้นคืออะไร?

เพราะถ้ามันหมายถึงยุคที่คนไทยเป็นหนึ่งเดียวกับ “ดิจิตอล” ยุค “4.0” ก็เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว !

ก็วันนี้มี “คนไทยร่วมสมัย” (อายุสัก 60 ปีลงไป) สักกี่คนกี่เปอร์เซ็นของประเทศเล่า ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยยุคดิจิตอล ซึ่งมีภาพปรากฏชัด อย่างน้อยก็เห็นอยู่ที่ “สมาร์ท โฟน” ซึ่งทุกคนล้วนมีใช้ หลายคนมีหลายเครื่องหลายเบอร์เสียด้วยซ้ำ !

ส่วนการ “คอนเน็ค” หรือการเชื่อมต่อทางสังคมในยุคโลกาภิวัตน์หรือพูดให้เท่เป็นภาษาฝรั่งมังค่าว่า
“Globalization” นั้น ก็ยิ่งเห็นชัดว่าคนไทยตื่นตัวไม่ด้อยหน้าประชาชาติใดทั้งในโลก และในอาเซียน พวกเขาเชี่ยวชาญทั้งเรื่อง เฟซบุ้ค ทวีตเตอร์ และทุกระบบเท่าที่มีให้เล่นกันในโลกไม่ใช่หรือ?

นายกฯลุงตู่บอกว่า จะผลักดันนโยบาย 4.0 อย่างสุดจิตสุดใจ เพื่อให้คนไทย และสังคมไทยทันโลก ไม่ตกยุคล้าหลัง และจะได้พ้น “กับดักรายได้ปานกลาง” ไปสู่สังคมที่ผู้คนมั่งคั่งกันถ้วนหน้า หรืออะไรทำนองนั้น
           
อาจเพราะเชื่อเช่นนี้เอง ช่วงหลังๆท่านนายกฯลุงตู่ของเราจึงขยันออกสู่โลกสากล คือเดินทางไปปรากฏตัวเชื่อมกับพันธ์กับประเทศต่างๆมากขึ้น ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง จีน มาเลเซีย ลาว เวียดนาม พม่า และสดๆคือ กัมพูชาไปไกลกระทั่งถึง “เมืองต้นแบบในฝัน” อย่างสหรัฐอเมริกา (เหมือนนักรัฐประหารรุ่นพี่รุ่นลุงอย่างจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์?)

สดๆร้อนๆนี่ก็ได้ข่าวว่าจะเดินทางไกลไป “บริเตนใหญ่” หรือประเทศอังกฤษอีกแล้ว !

การอยู่ร่วมกับโลกยุค “ดิจิตอลไ โลกาภิวัตน์นั้น นักวิชาการฝรั่ง(ต้นแบบของนักวิชาการของเราในรอบ 50 ปีที่พ้นผ่าน)อย่างนายโรเบิร์ต โฮลตั้น(Robert Holton)ได้เคยเสนอแยกแยะเป็นทฤษฎีเอาไว้แต่เมื่อปี ค.ศ.2000 โน่นแล้ว ว่ามีอยู่ 3 แบบ คือ แบบการทำให้กลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ( Homogenization) แบบแยกขั้วกัน (Polarization) และ แบบลูกผสม ( Hibridization)

ถ้าเลือกแบบแรกก็คือการกลืนกลายให้เป็นเนื้อเดียวกับตลาดโลก คือยอมรับการถูก “โปรแกรม” โดยระบบการตลาดแบบอุตสาหกรรมของระบบทุนนิยมบริโภคที่ถูกควบคุมโดยประเทศจักรวรรดินิยมยุคใหม่(ไม่กี่ราย)ทั้งหลาย ที่สังคมไทยเรา(คนรุ่นใหม่ที่เป็นผลผลิตของสิ่งที่เรียกว่า “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาตั้งแต่แผนแรกในปีพ.ศ.2504) กำลังเป็นอย่างปัจจุบันวันนี้ ทั้งการคิด การกินอยู่ การเชื่อ และฯลฯ

แบบที่สองก็คือแบบที่เกาหลีเหนือหรือกลุ่มอิสลาม ไอ.เอส.กำลังเป็นอยู่กับสหรัฐอมริกาและระบบทุนนิยมโลกทั้งหลายนั่นไง !

วนแบบที่สาม ไม่แน่ใจว่าจะเหมือนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เหมือนกลุ่มสแกนดิเนเวีย อย่างฟินแลนด์ สวีเดน หรืออะไรนั่นหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆก็คือ ภูฏาน !

งตอนนี้ เหมือนจะได้ยินเสียงแผ่วๆจากนักวิชาการทางวัฒนธรรมรุ่นใหม่หลายใครหลายคนบ่นให้เข้าหูมาเบาๆว่า จากการพิเคราะห์คำพูดของท่านนายกฯลุงตู่ช่วงหลังๆ ความหมาย “4.0” ของท่านน่าจะเป็นในแนวแบบแรกโดยที่ท่านจะรู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้?

และว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ที่หวังว่าไทยเราจะเข้าสู่สังคม 4.0 นั้น ท้ายสุดน่าจะกลายเป็นสังคมที่เหลือเพียง .0 เสียมากกว่าละมั้ง !!!!