วันนี้ (10 ต.ค.60) นายยุพธัช ยิบอินซอย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยิบอินซอยและแย๊คส์ จำกัด กลุ่มบริษัทยิบอินซอย ผู้ดำเนินธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรแห่งแรกของไทยมานานกว่า 72 ปี เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มปุ๋ยและเคมีเกษตร ตราใบไม้ ของกลุ่มบริษัทยิบอินซอย ได้รับการยอมรับจากเกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยตราใบไม้จะเป็นที่รู้จักรับรู้ในกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม จนพบว่ายังคงมีช่องว่างในการขยายซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ในระดับตลาดระดับกลางถึงบน ก็ยังต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่มปุ๋ยและเคมีเกษตรคุณภาพสูงเช่นกัน ในปี 2559 กลุ่มบริษัทยิบอินซอยได้เปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 2 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นในความเป็น Green Industry และระบบการผลิตแบบ 1 ต่อ 1 ซึ่งจะทำให้ปุ๋ยทุกถุงที่ผลิตขึ้นมาคุณภาพตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์..หัวคนป่า...ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้องใหม่สู่ตลาด สำหรับกลุ่มตลาดกลางจนถึงบนที่มีความต้องการใช้ของดีมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด มียอดขายมากกว่า 60% ของมูลค่ารวมทั้งกลุ่มธุรกิจ ล่าสุดบริษัทตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หรือเรียกว่าเป็น Phase 2 เพื่อขยายพื้นที่การผลิตและจัดเก็บอีกกว่า 100% ในพื้นที่เดียวกับโรงงานที่ 2 โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 100-150% จากปัจจุบัน คาดว่าจะเริ่มผลิตในพื้นที่ใหม่ได้ในประมาณกลางปี 2561 และมั่นใจว่าจะทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น50% ในปีหน้า นายยุพธัช ยิบอินซอย “ 91 ปีที่แล้ว..ยิบอินซอย...เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจค้าแร่ในเมืองไทย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา ทำให้ชื่อเสียงของยิบอินซอยถูกกล่าวขาน ในฐานะกลุ่มธุรกิจหัวก้าวหน้าและเป็นที่มาของโอกาสเพื่อก้าวสู่ธุรกิจใหม่ๆ มากมาย ธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่ยิบอินซอย นำเข้ามาเปิดโลกทัศน์แก่เกษตรกรไทย เพื่อก้าวสู่เมืองเกษตรอุตสาหกรรมแห่งแรกของภูมิภาค ผ่านมาถึงวันนี้ 72 ปี ในฐานะทายาทธุรกิจรุ่นที่ 3 ความมั่นใจและเป็นมิตรแท้ตลอดกาลของเกษตรกร จึงเป็นเหมือนพันธกิจสำคัญที่ทำให้กลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทุกครั้งก่อนที่จะขับเคลื่อนธุรกิจ ปี 2559 เราเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ด้วยเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเปิดโรงงานผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Industry) บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ณ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระบวนการผลิตแบบ 1 ต่อ 1 หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือการผลิตปุ๋ยแบบผสมทีละกระสอบ และเทคโนโลยีที่เลือกใช้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ได้ปุ๋ยคุณภาพเยี่ยม ตรงตามสูตรทุกถุง การผลิตรวดเร็ว ลูกค้าตอบรับสูงมาก ทำให้ต้องขยายโรงงาน Phase 2 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า และพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแบบ 100% ในช่วงกลางปี โดยยังคงคอนเซ็ปต์โรงงานผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Industry) เหมือนเดิม” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยิบอินซอยและแย๊คส์ จำกัด กล่าว นายยุพธัช กล่าวว่า สำหรับปุ๋ยแบรนด์หัวคนป่า ซึ่งเป็นปุ๋ยแบรนด์ใหม่ที่ยิบอินซอยแนะนำสู่ตลาด ที่ผ่านมาธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของยิบอินซอยจะเน้นตลาดหลักๆ ของประเทศ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ และพืชผักต่างๆ โดยมีการจัดจำหน่ายสารกำจัดแมลง สารกำจัดไร สารป้องกันและกำจัดโรคพืช สารกำจัดวัชพืช สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งปุ๋ยสูตรต่างๆ ซึ่งนำเข้าจากประเทศที่มีชื่อเสียง ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส อิสราเอลและญี่ปุ่น ฯลฯ ทั้งหมดถูกคัดสรรแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพสูง ซึ่งตลอดมา ยิบอินซอย มุ่งเน้นการรักษาชื่อเสียงของบริษัทในฐานะพันธมิตรที่ดีของคู่ค้า ลูกค้าที่ใช้ปุ๋ยและเคมีเกษตรของเรา ต่างมั่นใจในเครื่องหมายการค้าแบรนด์ใบไม้ แผนการตลาดของเรายังคงให้การสนับสนุนการรับรู้ถึงศักยภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมให้การสนับสนุนความรู้ด้านการเกษตรที่ถูกต้องต่อกลุ่มลูกค้าผ่านทางตัวแทนจำหน่าย ส่วนการเพิ่มเครื่องหมายการค้าแบรนด์..หัวคนป่า..เพื่อรองรับทุกตลาดและครอบคลุมทุกกลุ่มพืช ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มใหญ่และมีมูลค่าสูงกว่ากลุ่มที่เคยทำอยู่ แต่แผนการตลาดยังคงใช้รูปแบบเดิมคือเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ และสร้างการรับรู้การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย มีการแนะนำการใช้ที่เหมาะสมให้ประโยชน์สูงสุดในพืชแต่ละประเภท ผ่านมา 1ปีแนวทางที่วางไว้ประสบความสำเร็จ ลูกค้าของเราตอบรับความเป็นปุ๋ยคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม โดยปุ๋ยหัวคนป่ามูลค่าประมาณ 60% ของมูลค่ารวมทั้งธุรกิจในกลุ่ม นายยุพธัช กล่าวยังถึงการดำเนินธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและเคมีเกษตรในปี 2560 และแนวรุกในปี 2561 ว่า อีก 2 เดือนจะจบ ปี 2560 ถือว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่ง โดยมี 2 ปัจจัยสนับสนุน ปัจจัย แรกคือปัจจัยด้านราคาพืชเกษตรซึ่งพืชหลายตัวปรับราคาสูงขึ้น โดยมีผลจากความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจใส่ปุ๋ยบำรุงดินกันมากขึ้น ปัจจัยที่สองคือปริมาณน้ำทำให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตและปริมาณที่ดี แม้จะมีบางพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็สามารถเพาะปลูกได้ดีกว่า อย่างช่วง 4 เดือนแรกของปีการส่งออก พืชหลักๆ ของเราเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว หรือล่าสุดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพืชหลักและสินค้าเกษตรอื่นๆ ของเราก็ส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 17.08% คาดว่ากลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของไทยในปีนี้จะมีมูลค่ารวมประมาณ 140,000 ล้านบาทเศษ โดยคาดว่าปุ๋ยตราใบไม้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30% โดยสัดส่วนรายได้กลุ่มธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรของยิบอินซอยปีนี้ กลุ่มเคมีเกษตร 30% ปุ๋ยแบรนด์ ใบไม้ 30% และปุ๋ยแบรนด์หัวคนป่า 40% สำหรับแนวรุกธุรกิจในปี 2561 จะเน้นคุณภาพสินค้า การใช้งานอย่างถูกต้อง ถูกเวลา เหมาะสมและคุ้มค่า โดยเน้นให้ความรู้กับเกษตรกรผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนของผู้เกษตรกรผู้ใช้แล้ว ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยอีกด้วย โดยมีการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนกว่า 200 ราย และคาดว่าจะมีอัตราเติบโตในปีหน้าประมาณ 50%