จับตาน้ำหนุนสูงสุดช่วงนี้ 17-18 ต.ค. กทม.บอกเอาอยู่ เสริมกระสอบทรายกว่า 3 แสนใบรับมือ แต่บ้านเรือนนอกแนวคันกั้นน้ำใน 10 เขตต้องเฝ้าระวัง

          พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา และการประเมินสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทาน ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณน้ำเหนือที่จะเข้าพื้นที่กทม.อยู่ที่ 2,160 ลบ.ม.ต่อวินาที และคาดว่าแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม.จะสามารถรองรับน้ำปริมาณดังกล่าวได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าระวังบ้านเรือนประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนรุกล้ำที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ จำนวน 18 ชุมชน 430 ครัวเรือน ในพื้นที่ 10 สำนักงานเขต ซึ่งกทม.ได้จัดประชุมเตรียมแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเรียบร้อยแล้ว

 สำหรับสถานการณ์น้ำหนุนในเดือน ต.ค. ฐานน้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 17 และ 18 ต.ค. โดยฐานน้ำอยู่ที่ระดับ + 1.15 ม.รทก. ซึ่งเมื่อรวมกับปริมาณน้ำเหนือแล้ว จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่แนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถที่จะรองรับได้ ในส่วนของน้ำฝน สำนักการระบายน้ำก็ได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมไว้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ จากสภาพภูมิอากาศปัจจุบันพบว่า มีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย และมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุม ทำให้ช่วงระหว่างวันที่ 12-14 ต.ค. พื้นที่กทม. จะมีฝนตกต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งสำนักการระบายน้ำจะได้ประชุมร่วมกับกรมชลประทานเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องต่อไป 
 
ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกล่าวว่า ปริมาณน้ำที่กรมชลประทานปล่อยมา คาดว่าจะเริ่มเข้ามาในพื้นที่กทม.ตั้งแต่ 11 ต.ค.ด้วยปริมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งกทม.มีแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวประมาณ 77 กม. สามารถที่จะรับน้ำได้ในปริมาณที่ไม่เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้กทม.มีแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวทั้งหมด 86 กม. มีแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร 77 กม. ส่วนอีก 9 กม.ยังเป็นฟันหลออยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน กทม.ได้เรียงกระสอบทรายเพื่อเป็นคันกันน้ำ โดยใช้กระสอบทรายประมาณ 310,000 ใบ ความสูงประมาณ 2.30 ม. สามารถป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาในพื้นที่

ในส่วนบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมมีอยู่ 410 หลัง อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำขึ้นน้ำลง สำนักงานเขตทั้ง 10 เขต ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ ถึงปริมาณน้ำที่ขึ้นลงแต่ละวันและปริมาณน้ำเหนือที่ผ่านลงมาว่ามีปริมาณเท่าไหร่ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและเฝ้าระวัง ตลอดจนได้จัดทำสะพานไม้ทางเดินในจุดที่ได้รับผลกระทบและเตรียมกระสอบทรายไว้ อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้เตรียมแผนในการรองรับสถานการณ์น้ำ ถ้าหาก 3 น้ำมารวมกัน คือ น้ำฝน น้ำเหนือ น้ำขึ้นน้ำลง ก็จะทำให้ปริมาณน้ำในวันนั้นเพิ่มสูงขึ้น