น้ำป่าทะลักท่วม 2 ตำบลในเมืองพะเยากลางดึก 153 บ่อแตก ปลานิลหลุดไปกับกระแสน้ำ เกษตรกรสุดช้ำมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท วอนส่วนราชการเร่งช่วยเหลือ

จากฝนกระตกกระหน่ำในช่วงหลายวันที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดภาวะน้ำท่มขังในเกือบทุกอำเภอของจังหวัด โดยเฉพาะอำเภอเมือง อ.ดอกคำใต้และอำเภอเชียงคำ แต่จะมีหนักที่สุดในเขตอำเภเมืองพะเยา เช่น บ้านแม่ต๋ำ บ่อแห้ว แม่ใส่ บ้านต๋อม และบ้านต๊ำ

ล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ได้เกิดน้ำป่าทะลักลงจากดอยหลวง บริเวณเขตตำบลต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา ทำให้น้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ จนมาถึงช่วงเวลา04.00น.-05.00น.ของวันที่ 12 ตุลาคม น้ำจึงลดระดับลง ทิ้งซากความเสียหายและตะกอนดินโคลนเต็มท้องถนนและบ้านเรือนประชาชนอยู่เต็มไปหมด รุ่งเช้าชาวบ้านต้องออกมาล้างคราบดินโคลนกันแทบทุกบ้าน และบางบ้านยังมีน้ำท่วมขังอยู่ แต่ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายมากที่สุดคือ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล จ.พะเยา ซึ่งมีสมาชิกถึง 153 ราย ในตำบลบ้านต๊ำ 3 หมู่บ้านคือ บ้านต๊ำพระแล บ้านต๊ำกลาง และบ้านต๊ำใน

นายอุดร วงค์ละคร อายุ 38ปี บ้านเลขที่ 188 ม.8 ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา ผู้จัดการไร่ใบธง ซึ่งมีบ่อปลาขนาดใหญ่ 3บ่อ เลี้ยงปลาไว้ประมาณ 50,000ตัว โรงเรือนปลูกเมลอน 9 โรงและสตรอเบอร์รี่อีก 1แปลง ถูกน้ำป่าทำลายทั้งหมด ค่าเสียหายเฉพาะบ่อปลาประมาณ 1ล้านบาทเศษๆ โรงเรือนเมลอนออร์แกนนิคประมาณเกือบ2ล้านบาทและความเสียหายอื่นๆประมาณ2แสนบาท

ในขณะที่นางจันทร์หอม สันสุวรรณ อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 23 ม.8 ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า บ่อปลาของตัวเองถูกน้ำป่าซัดทำลายเสียหายทั้งหมด ข้าวของเครื่องใช้สำหรับเลี้ยงปลา โดยเฉพาะอาหารปลาที่ลอยหายไปกับสายน้ำมูลค่ากว่า 300,000บาท ปลาที่หลุดหายไปมูลค่าประมาณ1.2ล้านบาท มูลค่าความเสียหายน่าจะประมาณเกือบ2ล้านบาท

“อยากให้ทางราชการเร่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะตอนนี้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลเดือดร้อนมาก ไม่มีอะไรเหลือเลย ทั้งปลาและอุปกรณ์ถูกกระแสน้ำพัดไปหมด ไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ” นางจันทร์ กล่าว

สำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล จ.พะเยา ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 153 ราย แต่ละรายจะมีบ่อปลาประมาณ 1-3บ่อ ทั้ง 153 ราย ตั้งอยู่ในบ้านต๊ำพระแล บ้านต๊ำกลางและบ้านต๊ำใน เขตตำบลบ้านต๊ำ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำป่าจากดอยหลวงทะลักเข้าปะทะโดยตรง จึงได้รับความเสียหายทั้งหมด