จากกรณีนายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 ย่านตลาดวัดชัยมงคล พัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ต่อยนายเจอร์ราร์จ โคลินส์ อายุ 72 ปี สัญชาติออสเตรเลีย อดีตเจ้าของธุรกิจเรือประมงรายใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย จนหลับกลางอากาศนอนสลบเหมือดเลือดกำเดาไหลพราก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุเกิดที่โรงเรียนอักษรพัทยา ซอยกอไผ่ เวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุเป็นเพราะนายสุเมธเกิดโมโหจนฟิวส์ขาดที่ถูกนายเจอร์ราร์จ ใช้อาวุธไล่ฟันจนบาดเจ็บ และรถยนต์เก๋งกระจกแตกได้รับความเสียหายตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 ต.ค.60 นายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ เสี่ยเจ้าของร้านทองรายใหญ่ในเมืองพัทยา ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกับส่งคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดี ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่นายเจอร์ราร์จ เปิดประตูรถเก๋งลงมา แล้วเดินไปหยิบอาวุธมีดอีโต้ที่อยู่ท้ายรถออกไปวิ่งไล่ฟันนายสุเมธ และทุบทำลายกระจกและตัวรถยนต์ของนายสุเมธจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะกลับมาที่รถ แล้วเหยียบคันเร่งขับพุ่งชนนายสุเมธ อย่างจัง แต่เคราะห์ดีที่หนุ่มเจ้าของร้านทองรายนี้ สปริงร่างกระโดดม้วนตัวแยบไปบนฝากระโปรงรถ เลยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยนายสุเมธ เปิดเผยว่า ภายหลังคลิปเหตุการณ์ขณะตนต่อยนายเจอร์ราร์จ เผยแพร่ออกไป ทำให้ตนต้องตกเป็นจำเลยสังคม และถูกประณามว่ารังแกคนแก่ ซ้ำยังไปต่อยในโรงเรียนต่อหน้าตำรวจและเด็กนักเรียนซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ในส่วนนี้ตนขอยอมรับผิด แต่ที่ทำไปเพราะบันดาลโทสะจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และต้องกราบขออภัยสังคม แต่ทั้งนี้ ตนอยากให้สังคมมองเรื่องนี้สองด้านอย่างมีเหตุและผล ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อนและมีภาพคลิปวีดีโอเป็นหลักฐานชัดเจน ขึงอยากวอนให้สังคมเห็นใจ และโปรดให้อภัยกับการกระทำของตนในครั้งนี้ ส่วนเรื่องคดีความตนขอยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุดในข้อหาพยายามฆ่า

ในเวลาต่อมา นายเจอร์ราร์จ โคลินส์ พร้อมด้วยนางปัทมา โคลินส์ อายุ 41 ปี ภรรยาชาวไทย เดินทางมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ปากคำกับ ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน โดยนายเจอร์ราร์จ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาตามถนนเทพประสิทธิ์ จนมาถึง 4 แยกซอยกอไผ่ จึงชลอรถเพื่อรอเลี้ยวเข้าซอย ระหว่างนั้นนายสุเมธ ซึ่งขับรถสวนทางมาก็ชลอรถเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเดียวกัน ตอนแรกตนก็โบกมือทำสัญญาณให้นายสุเมธ ไปก่อน แต่น่าจะเกิดการเข้าใจผิด ทำให้คิดว่าตนให้ของลับ เลยขับรถตามปาดหน้าและแกล้งเบรคกะทันหันอยู่ตลอดทาง กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุนายสุเมธ ได้จอดรถกลางถนนแล้วเปิดประตูลงมาทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงรีบไปหยิบมีดอีโต้ที่มีไว้ทำสวนตัดแต่งกิ่งไม้ในบ้าน ออกมาเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะเอาไปทำร้ายนายสุเมธแต่อย่างใด ในส่วนของคลิปวีดีโอที่นายสุเมธ ได้มาจากพลเมืองดี และมีการเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียล จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตนขับรถพุ่งชนนั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายสุเมธ เป็นคนกระโดดเข้ามาขวางรถเอง ส่วนบาดแผลที่พบบริเวณศอกซ้ายและขวาของนายสุเมธ นั้น เป็นบาดแผลที่เกิดจากถูกเศษกระจกหน้ารถของตนบาด เนื่องจากแรงกระแทกในขณะที่พุ่งตัวมาใส่รถจนทำให้กระจกแตก

ร.ต.อ.นครราช นนสีลาด รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เพราะต้องรอสอบปากคำพยานแวดล้อมและรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน จึงจะสามารถสรุปได้ว่าใครผิดใครถูก ในส่วนของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในขณะนี้ต่างคนต่างยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดกันและกัน แต่ถ้าหากทางฝ่ายของนายสุเมธ จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดกับนายเจอร์ราร์จในข้อหาพยายามฆ่านั้น ก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายหรือไม่