วันที่ 21 ต.ค.2565  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนพร้อมด้วย ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน เพื่อเยี่ยมสถานศึกษา ติดตามการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)และรับฟังความต้องการของพื้นที่ พบว่า หนึ่งในข้อเรียกร้องของพื้นที่ที่ตรงกัน คือ ขอให้มีการจัดหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลายเมื่อสำเร็จการศึกษาผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสด้านวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนสายสามัญศึกษาได้เรียนสายช่างควบคู่ไปด้วย แต่ช่วงที่ผ่านมาการสอนหลักสูตรทวิศึกษาได้หยุดชะงักลง และ ขณะนี้มีเด็กที่เรียนในหลักสูตรนี้ค้างท่ออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งทางจังหวัดต้องการให้จัดหลักสูตรนี้ต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เด็กกลุ่มด้อยโอกาส

“จากรายงานการจัดการศึกษาหลักสูตรทวิศึกษา ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวัดน่าน ซึ่งได้ทำบันทึกข้อตกลงกับวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน โดยมีการจัดหลักสูตรทวิศึกษาร่วมกันใน 2 รายวิชา คือ  หลักสูตรการตลาด และหลักสูตรช่างยนต์  มาตั้งแต่ปี 2558-2564 มีนักเรียนเรียนจบหลักสูตรจำนวน 104 คน และในส่วนของวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ได้จัดหลักสูตรทวิศึกษา ปี 2561 - 2562 มีนักเรียนจบหลักสูตร จำนวน 32 คน ขณะที่จังหวัดเชียงราย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) ได้ร่วมกับ วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง เปิดสอนทวิศึกษา 6 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ธุรกิจ คหกรรม และการบัญชี ซึ่งทำให้นักเรียนที่จบหลักสูตรทวิศึกษา สามารถเลือกเรียนต่อในระดับสูงได้ทั้งสายวิชาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) และ ปริญญาตรี ขณะเดียวกันเด็กบางคนก็สามารถนำความรู้และวุฒิ ปวช.ไปประกอบอาชีพได้เลย

อย่างไรก็ตามตนได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดหลักสูตรทวิศึกษา โดยมีการจัดทำแผนระดับจังหวัด ว่า ควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน รวมถึงแก้ไขปัญหาที่ทำให้โครงการนี้หยุดชะงักลง สำหรับเด็กชั้น ม.4 เรียนหลักสูตรทวิศึกษาซึ่งที่ค้างท่ออยู่ในปัจจุบันก็ให้จัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และสามารถเปิดรับนักเรียนรุ่นต่อไปในปีการศึกษา 2566 ได้ ทั้งนี้ ตนได้ย้ำไปด้วยว่าการจัดหลักสูตรทวิศึกษาให้เป็นไปตามความพร้อมของทั้งโรงเรียนและวิทยาลัย และผู้ที่จะได้รับประกาศนียบัตร 2 หลักสูตร จะต้องเรียนรายวิชาครบตามเงื่อนไขของทั้ง 2 หลักสูตร ในการนี้ให้เลขาธิการ กพฐ.และเลขาธิการ กอศ.หารือร่วมกันในรายละเอียดการดำเนินงานทั้งการจัดการเรียนการสอนและงบประมาณ