ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 8 พ.ย.66 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึงผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดําเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับพวก รวม 6 คน ร่วมกันยักยอกเงินค่าทำคดีพิเศษ มากกว่า 20 ล้านบาท โดยทุจริตนำไปแบ่งใช้ส่วนตัว 

นอกจากนี้ ยังร่วมกันเรียกรับสินบนกับผู้ประกอบการธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี อาทิ กลุ่มละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา , หนีภาษี  และโพ้ยก้วนรับแลกเปลี่ยนเงินผิดกฏหมายของชาวจีน โดยมีการบังคับและเรียกเก็บเงินผู้ประกอบรายใหญ่ จํานวน 5 ล้านบาท ส่วนพ่อค้ารายย่อยจะให้เปิดบัญและนําสมุดมาเก็บไว้กับตัวเอง โดยให้โอนเงินเข้าเดือนละ 5 หมื่นบาท

โดย นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า กรณีการยักยอกเงินหลวงกับเรียกรับสินบนนั้น ตนได้เข้าให้ข้อมูลและมอบหลักฐานให้กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว โดยท่านยอมรับว่ามีการทุจริตและเรียกรับเงินจริง ซึ่งทางดีเอสไอได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

นายอัจฉริยะ กล่าวต่ออีกว่า ตนทํางานร่วมกับดีเอสไอมาหลายคดี เช่น คดีชบาและหมูเถื่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่มีการเบิกเงินหลวงมาใช้มากมายเช่นนี้ ซึ่งขบวนดังกล่าวถือเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในดีเอสไอ 

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ครั้งนี้จะถือเป็นศึกสุดท้าย โดยหลังจากนี้อีก 2 ปี ตนจะยุติการทํางานเนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น แต่ได้ประสานความร่วมมือไว้กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และรักษาราชการแทนผู้บังคับการตํารวจทางหลวง กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมทุจริตต่อไป

 
 


#อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ #ดีเอสไอ