สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กสทช.จัดระเบียบซิมการ์ดถือครองเกิน 5 ซิมต้องยืนยันตัวตนผู้ครอบครอง ดีเดย์ ม.ค.67

พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ยังเเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายต่อประชาชนต่อเนื่อง โดยสถิติคนไทยกว่า 75% เคยโดนกลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรฯ หา ทาง กสทช. จึงเตรียมออกประกาศเพื่อบังคับให้ผู้ครอบครองหมายเลขหรือซิมการ์ด ตั้งแต่ 5 เลขหมายขึ้นไป ต้องมาลงทะเบียนแจ้งการครอบครองกับผู้ให้บริการ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการนำซิมการ์ดไปใช้ในการหลอกลวงออนไลน์ หรือโอนเงินออกจากบัญชี หรือที่เรียกว่าซิมผี โดยจะมีการจัดเปิดรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม หรือ โฟกัสกรุ๊ป อีกครั้ง เพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุง จากนั้นจะนำเสนอให้บอร์ด กสทช. พิจารณา เพื่อเห็นชอบภายในเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในเดือน

“แต่เดิม กสทช. มีประกาศในเรื่องจดทะเบียนไม่เกิน 5 ซิมการ์ด หากมีซิมการ์ดที่ 6 ต้องไปยืนยันตัวตน ที่ช็อปของผู้ให้บริการมือถือ แต่ร่างประกาศใหม่ที่จะออกมา เป็นการยืนยันตัวบุคคลผู้ที่ถือครองซิมการ์ดจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 6 ซิมการ์ด ว่าใครเป็นคนถือครอง ใครเป็นผู้ใช้ หากไม่มารายงานตัวหรือยืนยันตัวตนภายใน 30 วัน ก็จะระงับการโทรฯ ออกและสัญญาณอินเทอร์เน็ต และหากอีก 30 วัน ยังไม่มาอีก ก็จะระงับการใช้งานทั้งหมด และทางผู้ประกอบการมือถือก็นำเลขหมายส่งคืนทาง กสทช. ถือเป็นการตัดปัจจัยในการกระทำความผิดของคนร้าย ให้ทำงานและหาซิมการ์ดได้ยาก และสามารถตรวจสอบได้ว่าใครครอบครองหากเกิดการกระทำผิด โดยจะบังคับใช้ทั้งคนไทยและต่างชาติ”

โดยการบังคับใช้ประกาศนี้ สำหรับผู้ครอบครองหรือใช้งานซิมการ์ดอยู่ไม่เกิน 5 ซิมการ์ด ซึ่งเป็นผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องดำเนินใดๆ และจะไม่ได้รับความเดือดร้อน แต่สำหรับคนที่ครอบครองจำนวนมาก หากนำไปใช้ในทางที่ผิดจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ใครเป็นผู้ถือครองและใช้งานอยู่ และเวลาเกิดปัญหา จะได้เอาผิดกับคนกลุ่มนี้ได้ เพราะที่ผ่านมามีการนำเบอร์ไปให้กลุ่มคนร้ายและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เพื่อหลอกลวง และทำธุรกรรมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ ซึ่งทางผู้ให้บริการมือถือ ก็ต้องไปหาวิธีในการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ถือครองซิมการ์ดจำนวนมาก ในการแจ้งยืนยันตัวว่าจะทำอย่างไรบ้าง

สำหรับปัจจุบันมีผู้ถือครองเลขหมายจำนวน 64.8 ล้านคน จำนวน 94.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น ผู้ครอบครองซิมการ์ด 1-5 หมายเลข มีจำนวน 64.5 ล้านราย ซิมการ์ดจำนวน 85.1 ล้านเลขหมาย ผู้ครอบครอง 6-100 เลขหมาย จำนวน 2.8 แสนราย จำนวนซิมการ์ด 3.3 ล้านเลขหมาย ผู้ครอบครองมากว่า 101 เลขหมาย จำนวน 7,664 คน ซิมการ์ดจำนวน 6.1 ล้านเลขหมาย อย่างไรก็ตามจากสถิติการแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 1 มี.ค. 65-10 พ.ย. 66 มีผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์สูงถึง 3.9 แสนเรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4.9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้ตระหนักถึงปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ทั้งการกวดขันจับกุมสถานีโทรคมนาคมผิดกฎหมาย, การจัดระเบียบเสาสัญญาณตามแนวชายแดน, การแก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตีกรอบให้ผู้รับใบอนุญาตปฎิบัติตามมาตรการที่ กสทช. กำหนด, การเดินทางไปพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการป้องกันภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดน

ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช.ยังได้ทำงานเชิงรุก โดยการเดินหน้าประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เน้นสร้างการรับรู้กับประชาชนให้รู้เท่าทันกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่รู้เท่าทันและระมัดระวังการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มประชากรบางส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร เช่น เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนในเขตพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น โดยสำนักงาน กสทช.ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรม “สร้างการรับรู้และเท่าทันภัยในโลกดิจิทัล” เน้นสร้างการรับรู้และเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์และการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์, รูปแบบการหลอกลวงทางเทคโนโลยี, การหลอกลวงด้วยเว็บไซต์หน่วยงานราชการปลอม, เพจหรือโฆษณาปลอม Scam Call, False Base Station, Sim Box, เผยแพร่มาตรการของ กสทช. เช่น การเพิ่ม Prefix “+697” “+698” การจัดทำบริการ USSD หมายเลข *138 ให้ประชาชนปฏิเสธสายจากต่างประเทศ *179*เลขบัตรประชาชน #ตรวจสอบเบอร์ที่ลงทะเบียนกับเลขบัตรประชาชน รวมถึงการใช้งาน App 3 ชั้น “ตรวจ แจ้ง ล็อก” รวมถึงการลงทะเบียน SIM Card หมายเลขโทรศัพท์ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Online ไปยังศูนย์อินเทอร์เน็ตสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม หรือ Universal Service Obligation : USO ของ กสทช. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายประชาชนในพื้นที่ห่างไกลกว่าสองหมื่นคน

 

#คอลเซ็นเตอร์ #กสทช #ยืนยันตัวตน #โอนเงิน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ