จากกรณีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปะทะคปะทะระหว่างกลุ่มต่อต้านและ กลุ่มปกป้อง อ.น้องไนซ์ ขณะเข้ายื่นหนังสือแถลงข้อเท็จจริงและขอรับความคุ้มครองเยาวชน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.66 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ บางเขน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ อี้ พร้อมด้วย นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ และ น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เพจเป็นหนึ่ง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้ตรวจสอบมรรยาทการเป็นทนายความของทนายอาจารย์น้องไนซ์ 

นายแทนคุณ กล่าวว่า วันนี้พวกเรามาในฐานะผู้เสียหายจากประเด็นที่มีการไปตรวจสอบในกรณีเด็กคนหนึ่งถูกอ้างว่าบรรลุอภิญญาระดับสูง มีความเป็นเทพเทวาต่างๆ เราเองก็มีความสนใจและเกิดข้อสัยว่าอภิญญาดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ และมีขบวนการที่จะไปใช้ประฌยชน์กับการกล่าวอ้างนี้อย่างไร ซึ่งอาจจะเข้าข่าย พรบ.คุ้มครองเด็กปี2546 มาตรา 26(4)(5)(6) ว่าด้วยเรื่องจูงใจส่งเสริมให้เด็กมรพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ เราทำหน้าที่ในฐานะประชาชน ไม่ได้มีการกล่าวหาหรือคุกคามใดๆ หากเด็กมีความรู้ความเข้าใจทางธรรมะจริง ส่งเสริมให้คนนั่งทำสมาธิ และวิปัสนาได้จริงก็คงเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามีการบิดเบือนในหลักคำสอนก็ถือว่าเป็นหน้าที่หลักของชาวพุทธทุกคนที่ต้องหาคำตอบ และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรที่จะถูกตรวจสอบหรือสามารถตอบคำถามต่อสังคม

แต่กลับปรากฏว่าเกิดสิ่งที่พวกเราไม่สบายใจและได้รับผลกระทบ มีผู้ที่มีความรู้ทางกฏหมายแต่กลับตีความกฎหมายในลักษณะที่ไปกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราทั้ง 3 ซึ่งมีการโพสต์ว่า ไปแจ้งความแล้วซึ่งเท่าที่ดูก็พบว่าที่อยู่เขาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่กลับเดินทางหรือมอบอำนาจให้คนไปแจ้งความที่ต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ ส่วนนี้มองได้ว่ามีเจตนาที่อาจจะไม่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่มีเจตนาให้พวกเราได้รับผลกระทบหากมีการเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งอาจจะไม่เป็นธรรมกับพวกเราที่ใช้สิทธิ์ในการทดสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา 

"ยืนยันไม่ได้มีอคติ ไม่มีความเกลียดชัง หรือเจตนาที่จะทำร้ายเด็ก ครอบครัว หรือแม้แต่ทนายคนนี้ แต่ต้องการตรวจสอบผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการนำเด็กมาแสวงหาผลประโยชน์ โดยใช้ พรบ.คุ้มครองเด็กมาควบคุม และอยากให้ติดตามดูพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวว่าได้สร้างความเดือดร้อนหรือช่วยเหลือปกป้องผู้ที่ไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบกับเด็กและเยาวชนหรือไม่ ช่วยสร้างความเข้าใจตามหลักพระพุทธศาสนาและไม่บิดเบือน"นายแทนคุณ กล่าว

ด้าน เค สามถุยส์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้สงสัยในตัวเด็ก แต่สงสัยตัวบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับเด็ก โดยการอ้างอิงข้อมูลว่าน้องไนท์ตอนเเด็กเห็นสิ่งลี้ลับต่างๆ เพื่อสร้างตัวตนให้เป็นศาสดาองค์ใหม่ เดิมเคยพูดว่าไม่มีผลประโยขน์ แต่เรากลับไปพบว่ามีการเรียกรับเงินเพื่อค่าเข้าคลอสอบรม พอเราออกมาพูดกลับเอาเรื่องพรบ.คุ้มครองเด็กเข้ามาเพื่อปิดปากไม่ให้พูดเพราะเป็นการไม่ละเมิดเด็ก แต่เรากำลังมองว่าสิ่งที่พวกเราออกมาพูดนั้นเป็นการปกป้องเด็ก ที่จะถูกนำเด็กไปใช้บังหน้าเพื่อทำมาหากินหรือไม่

เช่นเดียวกับน.ส.ชลิดา กล่าวว่า ทนายคนดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นในขณะที่ตนเองไลฟ์สด ในลักษณะคุกคาม ทำให้ตนเองรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย กับสิ่งที่ตนเองกำลังทำงานเพื่อประชาชนทแต่กลับต้องมาถูกคนที่มีความรู้ด้านกฎหมายมาฟ้องซึ่งมองว่สไม่ได้เป็นธรรมกับพวกเรา

อย่างไรก็ตาม นายสมพร ดำพริก นายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เปิดเผยว่า ทางสภาทนายความฯจะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ส่วนกรอบระยะเวลา หากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจก็ถือเป็นการเร่งด่วน เบื้องต้นจะมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและใช้เวลาไม่นาน ส่วนโทษสูงสุดของมรรยาททนายความคือลบชื่อพักชื่อไม่ไม่น้อยกว่า 5 ปี แล้วแต่กรณี  หากหมดคดีความก็สามารถมาขอขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความได้ใหม่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าจะมีการเห็นชอบให้กลับมาเป็นทนายความหรือไม่