จากกรณี หยก ธนลภย์ เยาวชนวัย 15 ปี สมาชิกกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องหาคดี มาตรา 112 เดินทางมาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว น.ส.เนติพร หรือ "บุ้ง ทะลุวัง" จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้อ่านคำสั่งศาลว่าหยก ถูกจับกุมข้อหาละเมิดศาล ภายหลังถูกปล่อยตัวออกมาจากบริเวณศาล หยกแจ้งว่าเป็นหมายจับในคดีละเมิดอำนาจศาลที่เธอถูกออกหมายจับเพื่อมาฟังคำสั่งศาล ซึ่งเป็นคดีเดียวกันกับที่ "บุ้ง" เนติพร ถูกตัดสินจำคุก 1 เดือน เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ก.พ.67 "หยก ธนลภย์" ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "Thanalop Phalanchai" ระบุว่า วันนี้หนูได้จัดกิจกรรมยืนหยุดขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อเรียกร้องการปล่อยตัวพี่ๆในเรือนจำทุกคน รวมถึงพี่บุ้งที่โดนถอนประกันคดี 112 โดนตัดสินละเมิดอำนาจศาลถูกตีเลือดออกที่ศาลนี้ ขณะทำกิจกรรมอยู่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ศาลมาแจ้งหมายจับหนู
ซึ่งหนูได้ถามคำถามว่า

1)การที่หนูขึ้นศาลด้วยความที่หนูอายุ 15 ปีหนูจึงต้องขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง การออกหมายจับควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพราะการออกหมายจับเด็กเยาวชนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายหลายอย่างของเด็กและเยาวชน

2)หนูไม่เคยได้รับหมายนัดเจ้าหน้าที่ศาลไม่เคยแจ้งหมายอะไรหนูเลยตอนที่หนูมาศาล หนูมาทราบว่าหนู มีหมายจับหลังจากที่หนูตื่นมาเห็นข่าว แล้วบัตรประชาชนหนูเจ้าหน้าที่ศาลก็เอาไปเลยเขาบอกหนูทำตกซึ่งหนูน่าจะทำตกระหว่างหยิบน้ำแดงในกระเป๋ามาดื่ม เขาไม่คืน เขาเอาไปเลย แล้วค่อยมาคืนหนูพร้อมกับบอกว่าหนูอายุ 15 ปี 1วันแล้วไม่ต้องขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้วซึ่งหนูงงมากเพราะศาลเยาวชนครอบครัวกลางมันครอบคลุมถึงอายุ 18 แล้วอายุ 15 ปีหนึ่งวันนั้นมันผ่านไปปีที่แล้วปีนี้หนูจะ 16 แล้ว

หนูจึงนั่งอยู่เฉยๆ เพราะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ถูกต้อง ไม่มีสหวิชาชีพ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ศาลได้พยายามอุ้มหนูไปโดยที่มีเจ้าหน้าที่หญิงเพียงคนเดียว คนช่วยอุ้มก็เป็นตำรวจศาลผู้ชายเค้าอุ้มไป เจ้าหน้าที่พยายามดึงปากกาด้ามโปรดออกจากมือหนูแต่หนูไม่ยอม

จนกระทั่งผู้พิพากษาลงมาแล้วตำหนิเจ้าหน้าที่ว่าทำแบบนี้ทำไมแล้วขอโทษหนูที่ลงมาช้าลงมาสายหนูก็ตอบเขาไป ตามความรู้สึก ว่าขอโทษแล้ว มันย้อนกลับ(เวลา)ไปได้ไหม ทำไมระบบ ไม่ดีแต่แรก ทำไมกระบวนการถึงเป็นแบบนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่หญิงและชายก็อุ้มหนูไปยังบัลลังก์ศาล โดยเจ้าหน้าที่ที่อุ้มก็ยังมีเพียงผู้หญิงคนเดียวและผู้ชายเข้ามาอุ้มเสริมและไม่มีสหวิชาชีพเหมือนเดิม

พอถึงบัลลังก์ศาล หนูอยู่ในห้องนั้นคนเดียวกับผู้พิพากษา เขาก็ขอโทษหนูเหมือนเดิม แล้วเขาก็อ่านอะไรก็ไม่รู้หนูไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะหนูรู้สึกว่า กระบวนกระบวนยุติธรรมครั้งนี้ก็เหมือนครั้งก่อนๆไม่มีความเป็นธรรม


แล้วหนูก็นอนต่อในห้องนั้นจนกระทั่งพี่ตะวันมา เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นก็มาบอกว่าให้หนูลงไปได้แล้วลูกหนูก็ถามว่าใครลูกคุณ คุณทำยังงี้กับลูกเหรอ เขาก็บอกว่าไม่เรียกลูกก็ได้ น้องหยก อ่ะคุณหยกแล้วกัน

จากนั้นผู้พิพากษาเข้ามา ก็ได้พูดคุยกับผู้พิพากษา หนูก็ได้บอกว่า ถ้ากระบวนการยุติธรรมยุติธรรมหนูก็พร้อมยอมรับ ก็ได้พูดกันว่ามันมีทีมสหวิชาชีพอุ้มก็เป็นตำรวจหญิงตำรวจชาย ซึ่งตำรวจชายไม่ควรอุ้มหนู ผู้พิพากษาก็ได้บอกว่าที่หนูปีนหนูผิดหนูก็เลยอธิบายไปว่าที่หนูปีนเพราะหนูต้องการพูดคุยกับพี่โฟล์คแต่ที่ศาลไม่มีพื้นที่ให้หนูได้พูดคุยกับเขา หนูเดินไป ถาม แล้ว เค้าบอกโทรศัพท์ใช้ไม่ได้ จาก นั้นผู้พิพากษาก็เลยบอกว่าหนูเห็นไหมหลังจากนั้นมีโทรศัพท์ใช้ได้ หนูจึงถามว่า ต้องให้เกิดเหตุก่อนเลยหรอถึงมีโทรศัพท์ ที่ศาลอาญารัชดายังมีเลย ผู้พิพากษาก็อธิบายหนูว่างบมันต่างกันเขาไม่มีงบ

จากนั้นหนูกับพี่ตะวันเลยเดินออกไปลงลิฟต์ผู้พิพากษาก็เดินไปส่ง แล้วถามว่าพี่ตะวันเรียนอะไรพี่ตะวันก็ตอบเรียนนิติศาสตร์ผู้พิพากษาก็แนะนำว่าให้เป็น ผู้พิพากษา หนูก็เลยถามว่าแล้วคณากร เพียรชนะหล่ะคะ จากนั้น ก็พูดถึงเรื่องคณากรเพียรชนะกัน เขาก็บอกว่า พี่กรเป็นคนมุ่งมั่นมากๆ
วันนี้หนูรู้สึกดีที่ได้เจอผู้พิพากษาที่กล้าเอ่ย คำขอโทษ ตำหนิลูกน้องตัวเอง

แต่มันไม่ควรเป็นความรู้สึกดี มันควรเป็นเรื่องปกติ กระบวนการยุติธรรมควรดีทั้งระบบ ทุกฟันเฟืองไม่ใช่แค่คนใดคนนึง

#ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม
#ปล่อยนักโทษทางการเมือง
#ยกเลิก112

 

#หยกธนลภย์ #มาตรา112 #บุ้ง