ทุนการศึกษาพระราชทาน รัชกาลที่ 10

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี

พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเมื่อปี 2552 และต่อมาทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง'มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร' หรือ ม.ท.ศ.โดยทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ และให้นำโครงการทุนการศึกษาฯ มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ

ในแต่ละปีจะมีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกคัดสรรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย จังหวัดละ 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คน และหญิง 1 คน เป็นตัวแทนเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานทุนการศึกษากับพระหัตถ์ จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อให้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ต่อเนื่องตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า โดยไม่มีภาระผูกพันใช้ทุนคืน

ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ที่ได้รับทุนพระราชทานต่อเนื่องตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย อย่างเช่น

น.ส.จาริณี เป่าสร้อย
นักศึกษาทุนพระราชทาน รุ่นที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาฟิสิกส์ประยุกต์ ชั้นปีที่ 4 เล่าว่า ตนเป็นนักศึกษาทุนจาก จ.ชัยภูมิ โอกาสของตนเองถูกจำกัดหลายด้านเนื่องจากฐานะความเป็นอยู่ และความพร้อมของครอบครัว จึงได้สมัครขอรับทุนและผ่านการคัดเลือกจนได้เข้ารับพระราชทานทุนฯ ไม่เพียงแต่โอกาสทางการศึกษาที่มั่นคงแล้ว ยังช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น และตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับพระราชทานทุนฯ สัญญากับตัวเองไว้เสมอว่าจะตั้งใจมุ่งมั่นในการเรียน จะประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ช่วยเหลืองานกิจกรรมต่าง ๆ ให้สมกับการเป็นนักศึกษาทุนพระราชทานฯ

นายทวี เริ่มภักดิ์ เป็นนักศึกษาทุนพระราชทานรุ่นที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา เล่าว่า ตอนที่เรียนอยู่ชั้น ม.3 รร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์แนะแนว ได้แนะนำทุนการศึกษาพระราชทานฯ ดังกล่าว จึงตัดสินใจสมัครและได้ทุนการศึกษาพระราชทานตั้งแต่ชั้น ม.4เรื่อยมาจนกระทั่งเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 มทร.ธัญบุรีในปัจจุบัน

"ถือเป็นโอกาสอันเป็นมงคลยิ่ง ที่ได้รับทุนพระราชทานจากพระองค์ท่าน ทำให้ได้รับโอกาสด้านการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะตั้งใจเรียนให้จบเพื่อทำตามความฝันของตนเอง นั่นคือการเป็นครูสอนนาฏศิลป์ เพราะอยากส่งต่อความรู้ ความปรารถนาที่ดีแก่ลูกศิษย์ต่อไป ให้เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ผมเคยได้รับมาแล้ว" นายทวี กล่าว

ขณะที่นักศึกษาทุนพระราชทานรุ่นที่ 4 น.ส.สุวรรณกาญจน์ ราชประสิทธิ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาการผลิตพืช เผยความรู้สึกด้วยความตื้นตันใจที่ว่า

"เมื่อเราได้รับโอกาสที่ดี ผ่านการคัดเลือกจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ได้ผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเข้ารับพระราชทานทุนฯ เราจะต้องประพฤติตัวที่ดี รักษาเกียรติของความเป็นนักศึกษาทุนพระราชทานฯ และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่พึงกระทำใน 3 เรื่องหลัก คือ ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ ที่ทรงพระราชทานทุนการศึกษา การวางตัวให้เหมาะสม และการดูแลให้กำลังใจซึ่งกันและกันของผู้ที่ได้รับทุนพระราชทานฯ ที่เชื่อมโยงให้เกิดความเป็นเพื่อน-พี่-น้อง"

และนายกิตตินันท์ โชคพานิช นักศึกษาทุนพระราชทานรุ่นที่ 5 หนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมชลประทานและการจัดการน้ำ ชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า ทุนการศึกษาพระราชทานฯ ที่ได้รับขณะเรียนปริญญาตรี จะแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก คือ ค่าเทอมค่าลงทะเบียนตามความเป็นจริง ตามคณะ/สาขา มหาวิทยาลัยของแต่ละคน ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ค่าหอพัก และค่าครองชีพ ซึ่งจะต้องดูแลบริหารจัดการบัญชีทุนด้วยตนเอง ผมจะตั้งใจเรียน นำความรู้มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการประกอบอาชีพต่อไป

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดต่อเยาวชนของชาติ ที่มีโอกาสรับพระราชทานทุนการศึกษา

"ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"