"บิ๊กป๊อก" เปรยอาจใช้ "ม.44" เร่ง "พ.ร.บ.จราจรฉบับแก้ไข" บังคับเพิ่มโทษ "ขี้เมา - นักซิ่ง" ก่อนสงกรานต์ ชี้ ยอดตายบนถนนพุ่งสูงกว่าปีแล้ว เหตุวัฒนธรรมผู้สัญจร ปัดมาตรการเหลว ยันทำเต็มที่ วอนสร้างจิตสำนึก

5ม.ค.60 - ที่อิมแพ็คฯ เมืองทองธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขพ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ว่า ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการสัญจรทางบกได้พิจารณาไปขั้นหนึ่งแล้ว ว่ามันควรจะทำอย่างไรบ้าง เช่น การได้มาซึ่งใบขับขี่ก่อนใช้รถต้องทำอย่างไร หรือถ้าได้ใบขับขี่แล้วไปทำผิดควรมีมาตรการอย่างไร ซึ่งก็ได้ผ่านการพิจารณาของครม.แล้ว ขณะนี้ไปอยู่ที่การพิจารณาของหน่วยงานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมเสนอเข้าสนช.ต่อไป

"ได้มีการเสนอแนะมาตรการต่างๆไปพอสมควร อาจจะมีเพิ่มเติมจากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาในเรื่องของรถ แต่ผมยังไม่แน่ใจ เพราะต้องพิจารณากันหลายเรื่อง ดังนั้นในบางเรื่องน่าจะเร่งดำเนินการได้ แต่บางเรื่องถ้าไม่ทันก็ต้องขอพิจารณาใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. มาตรา44 ที่สามารถทำได้เลย แต่ต้องเข้าที่ประชุมคสช.ก่อน และฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ต้องอยู่ที่หน่วยเกี่ยวข้องพิจารณา" รมว.มหาดไทย กล่าว และว่า กฎหมายที่เป็นพ.ร.บ.ต้องใช้เวลาในการผ่านสภา ตนคิดว่าใช้ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีดีกว่า ถ้าจำเป็นเร่งด่วนก็ใช้มาตรา44 จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไปเร่งทำกฎหมาย หรือกฎกระทรวง มิฉะนั้นจะไม่ทันเทศกาลสงกรานต์ ปี2560 นี้ อย่างไรก็ตาม ได้เสนอนายกฯไปว่า มาตรการที่เราทำมาถือว่ามาก แต่ก็ยังเกิดเหตุอยู่ เพราะฉะนั้นต้องอยู่ที่การใช้รถใช้ถนน เช่น การระบุโทษ การได้มาซึ่งใบขับขี่ และมาตรการต่างๆที่มีกฎหมายดีกว่านี้

รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงตัวเลขสรุปยอดอุบัติเหตุทางถนนช่วง7วันอันตราย ปีใหม่2560 ที่มียอดตัวเลขผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตสูงกว่าปีที่แล้วว่า ในเรื่องของถนนไม่น่ามีปัญหา แต่ตัวยานพาหนะยังมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น กรณีอุบัติเหตุที่จ.ชลบุรี เพราะรถปิคอัพบรรทุกคนมาก รวมถึงรถตู้ที่ทำให้เกิดเหตุขึ้นได้ ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องคงต้องไปพิจารณา ซึ่งไม่ใช่เรื่องของความพร้อมของยานพาหนะ แต่เป็นเรื่องของการขนส่ง ทางกระทรวงคมนาคมก็ต้องพิจารณา ประเด็นสำคัญคือผู้ใช้รถใช้ถนน ถามว่ามาตรการที่จะทำให้ประชาชนทำถูกกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎจราจรมันดีหรือไม่ ควรจะมีการทำให้คนมีวัฒนธรรมที่ดีในการสัญจร น่าจะทำได้ ขณะที่การบังคับใช้กฎหมาย จะเห็นได้ว่าเราทำมาเต็มที่ ตั้งจุดตรวจ จับ ยึดรถมากขึ้นกว่าเดิม แต่ผู้ที่เสียชีวิตครึ่งหนึ่งมาจากการดื่มสุรา ดังนั้นการจะบังคับใช้กฎหมายอย่างไร ก็ต้องสร้างวัฒนธรรม และความตระหนักให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย

เมื่อถามว่าการที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว มันส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการวางมาตรการหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่าสังเกตคือวันธรรมดามีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนประมาณ 40 รายต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลก็มีจำนวนใกล้เคียงกัน ดังนั้นอย่าไปบอกว่าล้มเหลว เพราะมันไม่เกิดอะไรขึ้นกับสังคม ทางเจ้าหน้าที่เขาทำงานอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าต้องกลับไปที่จิตสำนึกของคน

-ยันงบฯกำจัดผักตบไม่เพิ่ม ยืนกรานต้องโปร่งใส

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณในการดำเนินการกำจัดผักตบชวาตามแม่น้ำลำคลองที่สูงจนผิดปกติว่า หลายหน่วยงานมีเครื่องมือ และช่วยกันบูรณาการแก้ปัญหาที่มันเรื้อรังมานานมาก ส่วนการดำเนินงานนั้น ต้องอยู่บนความรับผิดชอบ มีความโปร่งใส หากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษตามกรอบที่กำหนด ยืนยันว่าการใช้งบประมาณในขณะนี้ไม่ได้มีเพิ่มสูงขึ้น