กรมชลประทาน นำร่องโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐพื้นที่จัดรูปที่ดิน จ.อ่างทอง ประเดิมพื้นที่ 1,500 ไร่ ปลูกข้าวเพื่อผลิตเป็นข้าวนึ่งส่งออก โดยบริษัทเอกชนเข้ามาส่งเสริมครบวงจรทั้งให้เครดิตเมล็ดพันธุ์ คำแนะนำ กระทั่งซื้อขายข้าวเปลือก โดยไม่หักสิ่งเจือปน 2%

นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐในพื้นที่ จ.อ่างทองว่า ในระยะเริ่มต้นวางแผนใช้พื้นที่จัดรูปที่ดินใหม่จำนวน 1,500 ไร่ บริเวณ ต.คำหยาด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นชอบแล้ว เป็นพื้นที่นำร่องด้านการผลิตข้าวคุณภาพ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชลประทานเหมาะแก่การทำนาอยู่แล้ว และเพิ่งจัดรูปที่ดินแล้วเสร็จ เมื่อปี 2559

ทั้งนี้ มีบริษัท ไรซ์แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีโรงสีและโรงผลิตข้าวนึ่งอยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง เข้ามาส่งเสริมการปลูก เพื่อทำเป็นข้าวนึ่งเพื่อการส่งออก โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมในระยะเริ่มแรก 600 ไร่ในฤดูนาปรัง นับตั้งแต่เดือนมกราคม และคาดว่าเก็บเกี่ยวเดือนเมษายน 2560 นายจักรพงษ์ รัตน์ปลื้ม หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า พื้นที่จัดรูปที่ดินใน จ.อ่างทองมีทั้งหมด 65,000 ไร่ โดยมีพื้นที่ ต.คำหยาด อ.โพธิ์ทอง จัดรูปที่ดินแล้วเสร็จ 1,500 ไร่เป็นแปลงล่าสุด ซึ่งจากที่บริษัทฯ เข้ามาประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ 2-3 ครั้ง ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากเกษตรกรในเกณฑ์ดี มีผู้สมัครเข้าร่วมการผลิตข้าวคุณภาพดีมากขึ้นเรื่อยๆ

เนื่องจากบริษัทฯ มีเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร อาทิ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ กข 49 ในราคาต่ำกว่าตลาด และยังให้เครดิตการชำระ โดยใช้วิธีหักลบหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ช่วยลดภาระเงินสดของเกษตรกร และในการซื้อขายข้าวจะไม่หักสิ่งเจอปน 2% ที่เป็นมาตรฐานของโรงสี ส่วนราคาข้าวนั้นจะอิงราคาตลาด นอกจากนั้นบริษัทยังส่งนักวิชาการมาคอยตรวจสอบและเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาการผลิต

“ปีที่แล้วทำเอง ขายเอง ชาวนาบ่นว่า ขาดทุน เลยลองเอาโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐมา เป็นทางเลือก ซึ่งครอบคลุมทั้งการผลิต การขาย และการส่งออก เกษตรกรพิจารณาเงื่อนไขแล้วเห็นว่า เป็นผลดีอย่างเป็นรูปธรรม จึงทยอยเข้าร่วมมากขึ้น คาดว่าฤดูหน้าจะเข้าร่วมโครงการเต็มพื้นที่ทั้ง 1,500 ไร่”

นอกจากนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายโอภาส ทองยงค์ ได้ลงพื้นที่ติดตามงานใน จ.อ่างทอง โดยเห็นความสำคัญของงานจัดรูปที่ดิน ซึ่งจะเป็นแนวทางการขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้นโยบายของกระทรวงฯ ประสบความสำเร็จ เนื่องจากในพื้นที่จัดรูปที่ดินมีการลงทุนจัดทำระบบสาธารณูปโภคเพื่อทำการเกษตรค่อนข้างสูง จึงควรมีการวางแผนการใช้ประโยชน์ให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็น Model สำหรับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป