โอละพ่อ ! เจ้าของรถโม่ปูนเอาทะเบียนรถพ่วงอีกคันมาแปะไว้ กันผีตำรวจจับเพราะเหตุรถขาดต่อภาษี วิริยะ-ทิพยประกันภัยโล่ง ไม่ต้องเหมาจ่าย 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ราย เพราะรถโม่ปูนไม่มีประกันพรบ.ฯและภาคสมัครใจไว้แต่อย่างใด เป็นเหตุให้เทเวศประกันภัยจ่อเหมาจ่ายรวดพรบ.ฯ 8 ศพ ๆละ 3.5 หมื่น ส่วนคนขับรถโม่ปูนที่ดับต้องเบิกเอากับกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจาก 3.5หมื่นบาทเอาเอง

ตามที่ “สยามรัฐออนไลน์”ได้นำเสนอข่าวกรณีรถโม่ปูนหมายเลขทะเบียน 81-6905 เชียงราย ซึ่งประสบเหตุเสียหลักข้ามเกาะไปชนกับรถอีก 3 คัน โดยบริษัทวิริยะประกันภัยในฐานะรับประกันพรบ.ฯและประกันประเภท 3 รถโม่ปูนคันดังกล่าว รวมถึงบริษัททิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ที่รับประกันพรบ.ฯรถโม่ปูนดังกล่าวไว้ด้วยนั้นส่อเค้าอาจจะต้องรับผิดชอบชดใช้สินไหมให้กับความเสียหายและผู้บาดเจ็บล้มตายกับคนในรถตู้โตโยต้า หมายเลขทะเบียน 36-0031 เชียงใหม่ ซึ่งเอาประกันภัยพรบ.ผู้ประสบภัยจากรถ(ประกันภาคบังคับ)กับบริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด(มหาชน) ซึ่งรถตู้ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 8 รายด้วยกัน โดยเป็นผู้ขับขี่ 1 ราย และผู้โดยสารอีก 7 ราย ส่วนเด็กอายุ 13 ขวบที่โดยสารมาด้วยรอดชีวิต แต่บาดเจ็บสาหัส รวมถึงรถกระบะป้ายแดงที่ได้ทำประกันชั้น 1และพรบ.ฯไว้กับบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย ซึ่งมีผู้บาดเจ็บเท่านั้น ตลอดจนรถฮอนด้าแจ๊สที่เอาประกันพรบ.ฯไว้กับบริษัทเทเวศประกันภัยไว้เท่านั้น ซึ่งได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อปรากฎว่า รถโม่ปูนคันดังกล่าวได้นำทะเบียนรถมาสวมแปะรถคันดังกล่าว เพื่อเป็นการไม่ให้ถูกตำรวจจับ เนื่องจากรถคันดังกล่าวขาดต่อภาษี จึงทำให้บริษัทวิริยะฯและบริษัททิพยประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมให้กับเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ โดยในหลักการในส่วนของพรบ.ผู้ประสบภัยจากรถนั้น ทางบริษัทประกันฯท่ี่รับประกันพรบ.ฯรถตุู้ไว้ จึงชดใช้เพียงค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทเท่านั้น นั่นหมายถึงบริษัทเทเวศประกันภัยจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าปลงศพเบื้องต้นรายละ35,000 บาทให้กับผู้เสียชีวิต 8 ศพ ส่วนที่ขาดไปอีกรายละ 265,000 บาทตามเงื่อนไขประกันพรบ.ฯทางทายาทต้องไปไล่เบี้ยเอากับเจ้าของรถโม่ปูนที่ละเมิดต่อไป

ทัั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายกรณีนี้รถโม่ปูนไม่มีการทำประกันพรบ.ฯไว้ จึงไม่เข้าหลักของการสำรองจ่ายสินไหมพรบ.ฯ เพราะหากรถทุกคันมีพรบ.ฯ บริษัทประกันที่รับประกันรถแต่ละคันไว้จะต้องสำรองจ่ายให้กับผู้เสียชีวิตไปเต็มความคุ้มครองพรบ.ฯจำนวน 300,000 บาทก่อน แล้วก็ค่อยมาไล่เบี้ยเอากับผู้ละเมิดอีกทีหนึ่ง เช่นเดียวกันกับกรณีนี้หากมีพรบ.ฯกันทุกคัน บริษัทเทเวศฯก็จะต้องจ่ายเต็ม 3 แสนบาทไปก่อน แต่ในเมื่อปรากฎว่ารถโม่ปูนไม่มีประกันพรบ.ฯไว้ บริษัทเทเวศฯก็คงจ่ายเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นศพละ 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น จากนั้นทั้งเทเวศฯก็ค่อยไปไล่เบี้ยเอากับเจ้าของรถโม่ปูนคืนอีกที ส่วนผู้เสียชีวิตที่เป็นคนขับรถโม่ปูนชาวพม่า นอกเหนือจากถูกกระทรวงแรงงานเข้าตรวจและกำลังเล่นงานเจ้าของรถโม่ปูนอยู่ขณะนี้ คงจะต้องไปเบิกสินไหมทดแทนจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ 3.5 หมื่นบาทเอง

ด้านนายอนุสรณ์ สารีบุตร บมจ.วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า เมื่อเช้าของวันนี้(16 ก.พ.60) ทางเจ้าของรถโม่ปูนได้เดินทางเข้ามาพบพูดคุยและชี้แจงแล้ว พร้อมกับขอโทษทางบริษัทวิริยะฯที่ทำให้บริษัทต้องเดือดร้อนไปด้วย โดยรถหมายเลขทะเบียนที่นำมาแปะไว้นั้นกล่าวคือหมายเลขทะเบียน 81-6905 เชียงราย เป็นรถตัวหางลากจูงของรถพ่วงอีกคันหนึ่ง ซึ่งได้ทำประกันพรบ.ฯซ้อนไว้ถึง 2 บริษัท คือบริษัทวิริยะฯ กับบริษัททิพยประกันภัย และทำประกันภาคสมัครใจประเภท 3 ไว้กับบริษัทวิริยะฯด้วย

แต่เมื่อเย็นของวานนี้(15 ก.พ.60)ตนเองได้รุดไปที่เกิดเหตุแล้วทำการลอกเลขตัวถังพบว่า เป็นเลข FK619-EZ520080มาตรววจสอบแล้วพบว่า ไม่ใช่คันเดียวกัน โดยหมายเลขทะเบียนรถ 81-6905 เชียงราย มีเลขตัวถังเป็นเลข SMM13000621286 ซึ่งไม่ตรงกัน ซึ่งเลขตัวถังนี้เป็นเลขตัวถังรถตัวพ่วงของอีกคันหนึ่ง โดยรถโม่ปูนคันเกิดดังกล่าวไม่ใช่รถพ่วงโดยสภาพของมันอยู่แล้ว เพราะนี่เป็นตัวหัวอย่างเดียว ส่วนหมายเลขทะเบียนรถ 81-6905 เชียงรายเป็นรถของบริษัทเดียวกัน และมีการทำประกันประเภท 3 และพรบ.ฯไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัยจริง รวมถึงทำประกันพรบ.ฯอีกฉบับไว้กับบริษัททิพยประกันภัยจริง ซึ่งเมื่อเช้าของวันนี้เจ้าของรถยังได้นำรถพ่วงที่มีหมายเลขทะเบียนดังกล่าวออกไปบรรทุกปูนที่แท่นปูนธนวงษ์ จ.เชียงรายอยู่เลย โดยเห็นเจ้าของรถโม่ปูนให้การว่าอย่างงั้น