"บิ๊กเจี๊ยบ" ลั่นกฎหมู่ต้องไม่เหนือกฎหมาย ปมบุกค้นวัดธรรมกาย ยันทำอย่าง "ละเอียด-นิ่มนวล" วอน ปชช.มองสังคมในภาพใหญ่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ก.พ.ที่กองอำการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน. ) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการใช้ ม.44 เพื่ออำนวยสะดวกเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า ในภาพรวมการดำเนินการเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมามีความเรียบร้อย โดยเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่มีความเกี่ยวพันกับผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐได้นำหมายค้นไปหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีประชาชนจำนวนมากอยู่ภายในวัด ดังนั้นทางคสช. จำเป็นต้องออกมาตรา44 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อให้ประชาชนภายในนั้น และไม่เกี่ยวข้องให้เดินทางออกมาจากวัด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี ส่วนที่เหลือเป็นการดำเนินการตรวจค้นตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามภาพรวมทั้งหมดได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย อาจจะมีบ้างเล็กน้อยในช่วงเย็นวันที่16 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี ในวันนี้(17 ก.พ.) ทางดีเอสไอจะดำเนินการต่อไป

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สำหรับการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่วัดนั้น เป็นความรับผิดชอบของ กกล.รส. ในภาพใหญ่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.ทบ. ) โดยจัดกำลังจำนวน 2 กองร้อยรับผิดชอบผิดพื้นที่ภายนอก และอีก4 กองร้อยที่ดูแลภายนอกอีกชั้นหนึ่ง ส่วนความเป็นห่วงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ หรือไม่ ด้วยเหตุผลนี้ทางคสช. จึงตั้งพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อคัดแยกคน และตรวจสอบอาวุธ ซึ่งตนย้ำว่าเราทำอย่างละเอียด และทำอย่างนิ่มนวล อีกทั้งเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินการประชาชนชี้แจงให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

"ผมขอพูดในฐานะเลขาธิการคสช. ว่าตรงจุดนี้มีการยืดหยุ่นมาพอสมควร เพราะที่ผ่านาได้ใช้เวลาชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคคลากรในวัด และประชาชน ซึ่งขณะนี้คนที่เข้ามาต่อต้านก็ลดน้อยลง แต่ยังบ้างส่วนที่เชื่อมั่น ยึดมั่นอยู่ ทางเราต้องค่อยๆทำความเข้าใจกันไป ซึ่งผมอยากขอร้องบ้างว่า บางครั้ง บางที่ต้องถอยออกจากปัญหา แล้วมามองในภาพใหญ่ จะเห็นอะไรชัดเจนขึ้น บางครั้งเราไปยืนใกล้ๆกำแพง ก็มองไม่เห็นว่ากำแพงมีรูปร่างอะไร ถ้าเราทำใจ และถอยออกมา แล้วมองออกไป มองสังคมว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ และคิดแบบนี้ จะทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น" ผบ.กกล.รส. กล่าว

เมื่อถามว่างานการข่าวแจ้งหรือไม่ว่า พระธัมมชโยอยู่ในวัด พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว่า ณ เวลานี้ ตนตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ลงลึกในรายละเอียด ซึ่งภายใน1-2 วันก็คงน่าจะทราบผลชัดเจนว่าจะพบตัวหรือไม่พบตัว ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่สิ่งที่เราพยายามดำเนินการถือเป็นพื้นที่ประเทศไทย ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องสามารถเข้าไปได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะอยู่หรือไม่อยู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากมีข้อมูลว่าอยู่ที่ใดก็จะตามไป

"ขอให้เราช่วยกันทำความเข้าใจว่าให้ถอยออกมาจากปัญหา แล้วดูว่าใครที่กล่าวหาใครว่าดี ไม่ดี อย่างไร ซึ่งเราทำด้วยเหตุด้วยผล อย่าเอาความเชื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งบ้านเมืองเราที่ยุ่งยากมาทุกวันนี้ ก็เพราะเป็นความเชื่อส่วนตัวที่ไม่ได้ตัดสินด้วยเหตุผล จนบางทีก็กลายเป็นความหลงไป ถ้าเราถอยออกมาก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และที่สำคัญกฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย เพราะ เราเจ็บปวดมามากแล้วที่ใช้กฎหมู่ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ประชาชนเคารพกฎหมาย เพราะว่าทุกคน รวมทั้งผมก็อยู่ใต้กฎหมาย เหมือนกัน ถ้าผมทำผิดกฎหมายแล้วถูกจับก็ยอม เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่ผิดก็ไปสู้ในกระบวนการยุติธรรม" เลขาธิการคสช. กล่าว