Syndicate content facebook Syndicate content Log In
การเลือกตั้งส.ว.!?!

การเลือกตั้งส.ว.!?!

รศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล

 

     ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญŽ ได้วินิจฉัย ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสมาชิกวุฒิสภาŽ เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้วว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญŽ ทั้งนี้รายละเอียดสลับซับซ้อนอย่างมาก และไม่สำคัญเท่ากับว่า การอ้างพาดพิงหลายฉบับที่ไม่น่าจะตรงกับความเป็นจริง อย่างไรตาม ต้องขอปรบมือให้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญŽ ที่ กล้าวินิจฉัยŽ อย่างตรงไปตรงมา ทั้งๆ ที่มีแรงกดดันจากกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนที่ประกาศว่า จะไม่รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญŽ โดยที่ขอย้ำ ศาลรัฐธรรมนูญŽ นั้นมีความกล้าหาญอย่างมากในการวินิจฉัย หรือกล่าวอย่างภาษาชาวบ้านว่า ยึดมั่นในหลักการทางกฎหมายŽ แต่ในขณะเดียวกัน กระแสสังคมŽ ที่มีทั้งร่วมสนับสนุนและไม่สนับสนุน ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ความกล้าหาญŽ ของศาลรัฐธรรมนูญตั้งอยู่บนพื้นฐาน หลักการทั้งนิติธรรมและนิติรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อคำขู่จากทั้งสมาชิกรัฐสภาและกลุ่มเสื้อแดง

  

     การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามคาดว่า การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)Ž นั้น ขัดต่อหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่กำหนดไว้ในมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ (กรณีนี้ท่านผู้อ่านต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม) บางส่วน แต่ที่สำคัญคือ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ การเลือกตั้งส.ว.ตกไป!Ž หมายความว่า กลับสู่รูปแบบเดิม กล่าวคือ มีทั้งส.ว.เลือกตั้ง 76 คน และส.ว.สรรหา 74 คน ทั้งนี้ เป็นกรณีที่หลายฝ่ายต่างวิเคราะห์กันว่า จะมีการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์บรรดาคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน ที่มาของการได้ส.ว.Ž ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่กลับตาลปัตรว่า หนึ่งไม่มีการเลือกตั้งส.ว.ทั้งหมด สองไม่มีการยุบพรรค และสามไม่ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ซึ่งต้องยอมรับว่า งดงาม!Ž อย่างมากที่วินิจฉัยเช่นนั้น โดยแน่นอนที่ผู้สนับสนุนกรณีเอาผิด เหมายกเข่งŽ อาจจะผิดหวัง และผู้ที่ไม่สนับสนุนอาจจะพอใจว่ามีการ ถ่วงดุลอำนาจทางการเมืองŽ ที่เราทุกคนต้องเข้าใจ ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยไทย!Ž โดยที่ ชนะ-ชนะŽ ทั้งสองฝ่าย ถามว่า โดยหลักการประชาธิปไตยตามหลักสากลนั้น สมาชิกรัฐสภาทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่การเมืองไทยนั้น ต้องยอมรับตามเสียงนินทาว่า เงินคือพระเจ้า!Ž

  

     กล่าวคือ ตามการนินทาว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง!Ž แม้กระทั่งนักการเมืองไม่ว่าส.ส. และ/หรือ ส.ว. ซึ่งกาลครั้งหนึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 นั้น ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ตามข่าวนินทาว่ามีนักการเมืองใหญ่หนึ่งพรรคสามารถกวาดส.ส.จากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง มาด้วย การซื้อสิทธิ์ขายเสียงŽ แถมด้วยวางแผนซื้อส.ว.อีกประมาณจำนวนหนึ่งเก็บไว้ในกระเป๋าประมาณ 80-100 คน เพื่อให้ผ่านร่างพระราชบัญญัติได้เกือบทุกฉบับ ตลอดจนอำนาจในการแต่งตั้ง ถอดถอน บรรดา ข้าราชการการเมืองŽ และ ข้าราชการรัฐวิสาหกิจŽ บวกกับ ข้าราชการระดับสูงŽ เกือบหมด ตามคำกล่าวหาของชาวบ้านว่า เผด็จการทางรัฐสภา!Ž เมื่อการณ์เป็นเช่นนั้น จึงก่อให้เกิด การรวบอำนาจเบ็ดเสร็จŽ และไม่สำคัญเท่ากับ การเหลิงอำนาจŽ ที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ จนก่อให้เกิดความไม่พอใจจากหลากหลายภาคส่วนที่มิใช่สมัครพรรคพวก และ การยึดอำนาจŽ จึงเกิดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2549 พร้อมทั้งมี การร่างรัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2550Ž ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ส.ว.เลือกตั้ง-ส.ว.สรรหาŽ เพื่อถ่วงดุลอำนาจ นั่นคือ เจตนารมณ์ของการปรับปรุงและเข้าข่ายปฏิรูปการเมือง

  

     อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ปูŽ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นรัฐบาลมาสองปี แนวคิดการเลือกตั้งส.ว.จึงบรรเจิดขึ้นใหม่เพื่อเรียกร้อง ประชาธิปไตยเต็มใบŽ อีกครั้งหนึ่ง จนในที่สุด ทั้งส.ส.และส.ว.จึงผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญกรณีที่มาของส.ว. และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยอย่าง ชาญฉลาดŽ และ งดงามŽ อย่างมาก ต้องถามว่า แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มคัดค้านที่ยังชุมนุมกันอยู่ ผมว่าลึกๆ แล้วต่างฝ่ายต่างดีใจถึงขั้นโล่งอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นวินิจฉัยได้อย่างชาญฉลาดและกล้าหาญมาก เพียงแต่ว่า การรับรองศาลรัฐธรรมนูญของบรรดาส.ส.และส.ว.จำนวน 312 คนนั้น จะเคารพและรับได้หรือไม่กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนพรรคประชาธิปัตย์ที่หาบันไดลงอย่างไรจากการชุมนุม เพราะเท่าที่ดูอยู่นั้น น่าจะลงยาก!

  

     ทั้งนี้ การยอมรับหรือ แสดงออกว่าไม่ยอมรับŽ นั้น น่าจะเป็นเหตุการณ์ปกติที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเสียหน้า ที่คงต้องแสดงท่าที อารยะขัดขืนทางการเมือง ที่ต้องแสดงกันไป อย่างไรก็ดี ยังดีที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)Ž ที่ยังยุติการชุมนุมชั่วคราว และจะนัดชุมนุมใหม่วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งขอย้ำว่าเป็นเหตุการณปกติธรรมดาที่ การเมืองก็คือการเมือง ถามจริงๆ เถอะว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่วินิจฉัยเช่นนี้ ถ้าเกิดมีการยุบพรรคและตัดสิทธิ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น เราคงนึกภาพไม่ออกว่าจะเกิด สุญญากาศทางการเมืองŽ อย่างแน่นอน และจะไต่ระดับความรุนแรงจนถึงขึ้นไหน ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้น การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเช่นนี้ ต้องขอชื่นชมในความกล้าหาญชาญชัย และงดงามมากที่สามารถ ถ่วงดุลŽ ทั้ง อำนาจการเมืองŽ และ อำนาจมวลชนŽ ไว้ได้ มิให้เกิดความรุนแรงขึ้น! เพียงแต่ว่า สัปดาห์ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับอีกสารพัดคดีที่ยังรอจับตากันดูอยู่ โดยเฉพาะ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)Ž ว่าจะตัดสินอย่างไรกับกรณี โครงการจำนำข้าว!Ž...เฮ้อ!