Syndicate content facebook Syndicate content Log In
ตลาดโบราณบางพลี

ตลาดโบราณบางพลี

สบโอกาสมาเที่ยวตลาดโบราณบางพลี

ที่นี่ร่วมสมัย

เนติ โชติช่วงนิธิ

 

 

 

 

 

 

ตลาดโบราณบางพลี

มรดกทางวัฒนธรรม

 

      ไปเดินเล่นตลาดโบราณบางพลีจังหวัดสมุทรปราการมา

      ร้อนเอาเรื่องดีทั้งอากาศข้างนอกและในตัวตลาดน้ำโบราณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติช่วงเมษาหน้าร้อนบ้านเรา

     เหตุที่ไปเดินตลาดน้ำโบราณบางพลี เนื่องจากได้ยินชื่อมานานรวมทั้งคำบอกเล่าจากพรรคพวก ซึ่งพอๆ กับที่ได้ยินเรื่องศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน กับประเพณีรับบัวโยนบัวของชาวบางพลีมานาน แต่ทั้งหมดที่ว่ามายังไม่มีโอกาสสักครั้ง เพิ่งมามีเที่ยวนี้ไปเดินชมตลาดและหาของกินไทยๆ ลงท้ายด้วยคำว่าโบราณ เป็นต้นว่าก๋วยจับ ขนมถ้วย ขนมกล้วย กาแฟลงท้ายด้วยโบราณ

    เมื่อสบโอกาสมาเที่ยวตลาดโบราณบางพลีทั้งที ทำการสืบค้นประวัติที่มาของตลาดแห่งนี้ รวมไปถึงชื่อบ้านนามเมือง “บางพลี” มีที่มาอย่างไร เพื่อที่เอามานำเสนอ แต่ดูผิดหวังข้อมูลจากทางราชการอำเภออยู่เล็กน้อย เนื่องจากไม่มีแผ่นพับโปชัวร์แจกให้กับผู้ที่สนใจเรื่องราวพรรณนี้ จึงหันไปพึ่งศูนย์บริการข้อมูลอำเภอดอทคอม (www.amphoe.com) ของกรมการปกครอง มหาดไทย พอช่วยคลำทางที่มาของอำเภอบางพลีได้อยู่บ้าง

    คำว่า "บางพลี" เป็นชื่ออำเภอบางพลีในจังหวัดสมุทรปราการนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นสองนัย คือ เมื่อพ.. 2041 ในสมัยรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้โปรดเกล้าให้ขุดคลองสำโรงขึ้นและได้พบเทวรูปสำริด 2 องค์ ที่คลองทับนาง มีจารึกชื่อว่า "พญาแสนตา" กับ "บาทสังขรณ์" พระองค์จึงได้จัดทำพิธีบวงสรวงสังเวยเทวรูปนั้น สถานที่ที่ทำพิธีบวงสรวงจึงเรียกว่า "บัตรพลี" นานๆ เข้าจึงเพี้ยนเป็น "บางพลี"

     ส่วนข้อสันนิษฐานอีกประเด็นหนึ่ง คือกล่าวกันว่า เมื่อ พ.. 2136 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ยกทัพขับไล่ข้าศึกมาทางทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยามาถึงยังตำบลหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏนาม ณ ที่แห่งนั้น พระองค์สั่งให้หยุดทัพพักไพร่พลและในช่วงเวลาพักนั้น พระองค์ได้ประหารชีวิตทหารคนหนึ่งที่คิดคดทรยศต่อพระองค์ได้จัดทำพิธีบวงสรวง ปลูกสร้างศาลเพียงตาพร้อมทั้งเครื่องเซ่นสังเวยประดามี และทรงตั้งจิตอธิษฐานต่อเทวาอารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่าถ้าพระองค์มีบุญญาธิการสามารถปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินให้มีความสุขร่มเย็นแล้ว ขอให้พระองค์มีชัยชนะแก่อริราชศัตรูทั้งมวลแล้วจึงได้ประหารชีวิติทหารผู้นั้น ส่วนการศึกสงครามในครั้งนั้นพระองค์ก็ประสพชัยชนะอย่างเด็ดขาด สถานที่ที่พระองค์กระทำพิธีกรรมบวงสรวงนั้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า "บางพลี"

     นอกจากนี้นิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่ พรรณนา “บางพลี” ไว้

ถึงบางพลีมีเรือนอารามพระ

ดูระกะดาษทางไกลไปกลางทุ่ง

เป็นเลนลุ่มลึกเหลวเพียงเอวพุง

ต้องลากจูงจ้างควายอยู่รายเรียง

ดูเรือแพแออัดอยู่ยัดเยียด

เข้าเบียดเสียดแทรกกันสนั่นเสียง

แจวตะกูดเกะกะประกะเชียง

บ้างทุ่มเถียงโดนดุนกันวุ่นวาย”

บทกลอนของกวีเอกสุนทรภู่ พรรณนาให้เห็นว่าการเดินทางในสมัยนั้นใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางจากคลองหนึ่งไปเชื่อมต่ออีกคลองหนึ่งออกไปสู่ชายฝั่งทะเลเข้าสู่เมืองหลวง กับในส่วนที่พายเรือแจวค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าไปตามคลอง ซึ่งมิใช่เพียงคลองสำโรง ตลาดน้ำบางพลีเพียงย่านเดียว ยังมีคลองชื่อต่างๆ เชื่อมเป็นทางน้ำเข้าคลองถึงกันและกัน

สำหรับประวัติตลาดโบราณบางพลี “เดิมชื่อตลาด “ศิริโสภณ” สันนิษฐานว่าชาวจีนเข้ามาเปิดร้านในตลาดนี้ราว พ..2400 เป็นตลาดโบราณริมคลองสำโรงเพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากไฟไหม้ และยังคงสภาพเดิมเหมือนแรกสร้าง” (ข้อมูลททท.ภาคกลางเขต 8 www.tat8.com) โดยมีนิทรรศการแสดงภาพเก่าเล่าเรื่องในอดีตช่วยเสริมภาพวิถีชีวิตของชาวตลาด สืบทอดวัฒนธรรมการค้าการขายรุ่นต่อรุ่น จากระยะเดินทางปีพ..นั้น มาถึงพ..นี้เป็นเวลา 156 ปี

ในตลาดมีสินค้านานาชนิดจำหน่าย ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ชีวิตประจำวัน เครื่องอัฐบริขาร ของตกแต่งบ้าน ร้านขายเสื้อผ้า ร้านนวดแผนโบราณ ตรวจดูดวงชะตา ฯลฯ ไปจนถึงร้านอาหาร ขนมหวานโบราณนานาชนิดมีให้เลือก นั่งกินกันไปเพลินไปกับบรรยากาศคลอง หรือจะท่องเที่ยวชมคลองมีเรือบริการ

หากมองเสน่ห์ของตลาดโบราณบางพลี จุดขายอยู่ที่สภาพห้องแถวไม้ยังคงรักษาไว้ได้อย่างดี ทอดยาวติดกันตลอดแนวกว่า 500 เมตร จัดว่าเป็นตลาดริมน้ำคลองสำโรงเก่าแก่ที่สุด

ส่วนจะรักษาของความเป็นคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมตลาดให้สืบคนรุ่นต่อไปนั้น ก็ขึ้นอยู่กับชุมชนและชาวตลาดน้ำโบราณบางพลี