Syndicate content facebook Syndicate content Log In

นิทาน"กากับสุนัขจิ้งจอก"

นิทาน นอกจากเป็นเรื่องเล่าแล้วยังสอดแทรกคติสอนใจไปในตัว ไม่ใช่เฉพาะเด็กเท่านั้นผู้ใหญ่ด้วย

 

บทความพิเศษ

 

 

กากับสุนัขจิ้งจอก

 

     นิทาน เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมา มีทั้งที่ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้

    นิทาน นอกจากเป็นเรื่องเล่าแล้วยังสอดแทรกคติสอนใจไปในตัว ไม่ใช่เฉพาะเด็กเท่านั้นผู้ใหญ่ด้วย

    อย่างศุกร์สุดสัปดาห์นี้ นำนิทานเรื่อง “กากับสุนัขจิ้งจอก” ในนามานุกรมวรรณคดีไทย ชุดที่ 3 (ชื่อตัวละคร ชื่อสถานที่ และชื่อปกิณกะ) อาจารย์ ยุพร แสงทักษิณ เรียบเรียง มาแบ่งบันให้ผู้อ่านได้อ่านกันบ้าง

    นิทานเรื่อง “กากับสุนัขจิ้งจอก” นี้เป็นนิทานรูปชาดก หรือนิทานชาดก 500 ชาติ แบบสอนใจ เป็นตัวละครในเรื่องชัมพูชาทกชาดก นอกจากนี้เป็นตัวละครในเรื่องอนันตชาดก เนื้อหามีดังนี้

    “ในแผ่นดินพระเจ้าพรหมทัตแห่งกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพฤกษเทวดาอาศัยอยู่ในป่าละหุ่ง ณ ตำบลหนึ่ง ครั้งนั้นมีโคแก่ตัวหนึ่งตายลง ชาวบ้านลากซากโคไปทิ้งไว้ในป่าละหุ่ง มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งมาเห็นเข้าก็กัดทิ้งซากโค ขณะนั้นมีกาตัวหนึ่งบินมาเกาะอยู่ที่ต้นละหุ่ง เห็นสุนัขจิ้งจอกกำลังกัดกินซากโคอยู่ก็อยากกินบ้าง จึงคิดหาวิธีที่จะพูดหลอกให้สุนัขจิ้งจอกหลงเชื่อ คิดดังนั้นแล้วกาก็กล่าวยอสุนัขจิ้งจอกว่ามีร่างกายเปรียบดังโคอุสุภราย มีความองอาจดุจพญาราชสีห์ ขอให้อาหารแก่ตนบ้าง ฝ่ายสุนัขจิ้งจอกได้ฟังการยกยอก็ชอบใจ กล่าวยกยอตอบว่ากาเป็นนกรูปงาม มีสร้อยคองามราวมยุรา แล้วสุนัขจิ้งจอกก็ชวนกากินซากโคด้วยกัน

    พฤกษเทวดาโพธิสัตว์ฟังสัตว์ทั้งสองยกยอกันด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จจึงกล่าวว่า ในบรรดาเนื้อ สุนัขจิ้งจอกได้ชื่อว่าชั่วร้าย ในบรรดานก กาได้ชื่อว่าเลว ขึ้นชื่อว่าไม้ละหุ่งก็ไม่น่านิยม ขณะนี้ทั้งสามได้ปรากฏอยู่ด้วยกัน ณ ที่นี้”

    ฉันใด คนมีพฤติกรรมเยี่ยงกากับสุนัขจิ้งจอก ก็ฉันนั้น