น้ำเค็มทะลักฝั่งธนฯ เร่งช่วย5เขตเสี่ยง

ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน จอมทอง ตลิ่งชัน เกือบ 700 ราย กว่า 3.5 พันไร่ เตรียมประสานอบต.ใกล้เคียง กรมชลฯ เปิด-ปิดประตูน้ำระบายความเค็ม

     นายจักกพันธุ์ ผิวงาม และนายอดิศักดิ์ ขันตี รองปลัดกทม.ประชุมเรื่องปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กทม.ฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ และค่าความเค็มของน้ำที่มีผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรฝั่งธนบุรี ประกอบด้วย กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ (เขตจอมทอง ตลิ่งชัน และเขตทวีวัฒนา) และกลุ่มกรุงธนใต้ (เขตทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน บางบอน และเขตบางแค) โดยกำชับให้สำนักงานเขตและหน่วยงานในสังกัดกทม.ที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

     ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานที่ประชุมพบว่าพื้นที่เสี่ยงประสบปัญหาน้ำเค็ม ได้แก่ เขตทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน จอมทอง และเขตตลิ่งชัน ผู้เดือดร้อน 669 ราย พื้นที่รวม 3,527 ไร่ ซึ่งกทม.จะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง กรมชลประทาน เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับการเปิด ปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่การระบายน้ำและเจือจางค่าความเค็มให้อยู่ในระดับปกติ

     นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ได้กำชับให้เฝ้าระวังปัญหาไฟไหม้หญ้าในพื้นที่เขตจอมทอง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน บางบอน และเขตบางแค 42 จุด พื้นที่รวม 654 ไร่ 2 งาน อีกทั้งเร่งให้จัดทำแนวกันไฟให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ก.พ.58 พร้อมกันนี้ กทม.จะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจส่วนหน้าแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มในฝั่งธนบุรี บริเวณใต้สะพานพระราม 9 เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางประสานงานช่วยเหลือประชาชน

     สำหรับสถิติพื้นที่เขตที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเมื่อปี 57 ที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเค็มมี 4 เขต ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตตลิ่งชัน เขตบางขุนเทียน และเขตราษฎร์บูรณะ โดยมีครัวเรือนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค จำนวน 629 ครัวเรือน ประสบปัญหาภาวะน้ำเค็ม จำนวน 96 ครัวเรือน