Syndicate content facebook Syndicate content Log In
พระสันตะปาปา

พระสันตะปาปา

เสรี พงศ์พิศ  www.phongphit.com

     ข่าวพระสันตะปาปา ประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก “ลาออก” ช็อคโลกพอสมควร เพราะไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มากว่า 700 ปีแล้ว 
 
     พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขของศาสนจักรโรมันคาทอลิกองค์ที่ 265 ต่อจากเซนต์ปิเตอร์ พระสันตะปาปาองค์แรก นับเป็นการสืบทอดสถาบันทางสังคมที่ยาวนานที่สุดที่รักษาอำนาจและสถานภาพดั้งเดิมไว้ ผ่านการเปลี่ยนแปลงสังคมโลกมานานถึง 2000 ปี

     โลกแปลกใจที่พระสันตะปาปาลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เพราะดูภายนอกเหมือนว่าท่านยังน่าจะทำงานได้อีกสักระยะหนึ่ง เป็นบุคคลเข้มแข็งแบบเยอรมัน เป็นนักวิชาการ เคยเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเยอรมนี

     ทรงได้รับการยอมรับในเรื่องความปราดเปรื่องทางความรู้ วิชาการ แต่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการบริหารและการสื่อสารกับสังคม รวมทั้งท่าทีที่แข็งกร้าวต่อปัญหาต่างๆ ที่ดูจะโหมกระหน่ำพร้อมกันมากมายหลายเรื่อง สั่งสมมานานและทวีความรุนแรง

     ปัญหาอย่างเรื่องสิทธิสตรีในการบวชเป็นบาทหลวง สิทธิของเพศที่สามในการเป็นบาทหลวง การแต่งงานกับเพศเดียวกัน การละเมิดทางเพศของบาทหลวงต่อเด็ก รวมทั้งประเด็นเก่าๆ อย่างการแต่งงานของบาทหลวง การคุมกำเนิด เป็นต้น

     ศาสนจักรคาทอลิกเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ที่สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วมาก แม้ว่าจะมีสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เมื่อปี 2505-2508 ที่กรุงโรม โดยขณะนั้นพระสันตะปาปาองค์นี้เป็นที่ปรึกษาหนุ่มให้กับบรรดาคณะบิชอปเยอรมันด้วย แต่หลังจากนั้นท่านได้กลายเป็นคนที่ปกป้องแนวคิดแบบประเพณีจนดูเหมือนว่าถอยหลังไปไกล จนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกวันนี้ได้

     หลายคนมองว่า พระสันตะปาปาทรงตัดสินใจลาออกเพราะด้านหนึ่งไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสังคมโลกวันนี้ และผู้คนก็ละทิ้งศาสนามากขึ้นทุกที ศาสนาไม่ให้คำตอบหรือให้ความหมายกับคนจำนวนมากในวันนี้อีกต่อไป

     อีกด้านหนึ่ง หลายคนมองว่า เพราะทรงเหน็ดเหนื่อยจนท้อ ประกอบกับสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว ทรงอยากเห็นคนอื่นที่มีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจมากกว่า ให้เข้ามารับหน้าที่อันสำคัญนี้ เพื่อนำนาวาอันศักดิ์สิทธิ์ให้ผ่านพ้นพายุแรงกล้าที่มาปะทะทุกด้านนี้ไม่ให้อับปางหรือหลงทิศหลงทาง

     นอกนั้น ยังมีคนที่คิดไปอีกว่า ทรงมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ อย่างการการตัดสินใจอันสำคัญครั้งนี้ก็ทรงทำโดยที่มีคนรู้เพียงพี่ชายและเลขาส่วนตัวของพระองค์เท่านั้น การทำงานในหน้าที่อันยิ่งใหญ่และเป็นภาระที่หนักเช่นนี้ ย่อมยากที่คนคนเดียวจะรับได้เป็นเวลานาน

      ความจริง คาร์ดินัลโยเซฟ รัตซิงเกอร์ (ชื่อของพระองค์) คิดไว้ตอนที่พระสันตะปาปาจอห์ปอลที่ 2 สวรรคตเมื่อปี 2549 ว่า จะลาออกจากหน้าที่การบริหารระดับสูงในวาติกันเพื่อจะได้พักผ่อนในบั้นปลายชีวิต เพราะอายุก็ 78 ปี แล้ว แต่ก็ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาที่มีอายุมากที่สุดผู้หนึ่ง

     พระสันตะปาปาทรงเป็นประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งมีสมาชิกอยู่กว่าพันล้านคนทั่วโลก มีการบริหารจัดการด้วยระบบโครงสร้างที่ใหญ่โตครอบคลุมทั้งโลก โดยเขตปกครองทั่วโลกขึ้นต่อกรุงโรมทั้งหมดก็ว่าได้ โดยเฉพาะบิชอบ ซึ่งเป็นมุขนายกของเขตปกครองในประเทศต่างๆ

     วาติกันมีกระทรวงที่บริหารจัดการรวมศูนย์อำนาจการปกครองและบริหาร มีกระทรวงที่เกี่ยวกับทุกประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการศาสนจักร เช่น ว่าด้วยความเชื่อ ว่าด้วยบิชอบ ว่าด้วยการเผยแพร่ศาสนา

     นอกนั้น วาติกันยังเป็นรัฐอิสระ พระสันตะปาปาทรงเป็นประมุขของรัฐนี้ ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่ยุคกลาง ยุคของนครรัฐในยุโรป และอยู่ยั่งยืนยงมาจนถึงวันนี้ แม้ว่าจะเหลือเนื้อที่เพียง 400 ไร่ และมีประชากรเพียง 800 คน เมื่อก่อนนี้เป็น “รัฐโปป” (Papal State) มีเนื้อที่กว้างใหญ่ครอบคลุมภาคกลางของอิตาลีปัจจุบัน
แต่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 ได้มีข้อตกลงใหม่กับรัฐบาลอิตาลี ให้มีสถานะและขอบเขตทางภูมิศาสตร์อย่างจำกัด แต่ก็มี “สินทรัพย์” และที่ตั้งของสำนักงาน กระทรวงต่างๆ ทั่วกรุงโรม อย่างมหาวิหารเซนต์ปิเตอร์และมหาวิหารใหญ่ๆ ต่างๆ ที่ตั้งอยู่นอกกำแพงวาติกัน

     นอกนั้น พระสันตะปาปายังมีตำแหน่งที่สำคัญอีกตำหน่งหนึ่ง คือ บิชอบแห่งโรม ซึ่งเป็นภาระอันหนักเช่นเดียวกัน

     สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เมื่อปี 2505-2508 เป็นความกล้าหาญของคาทอลิกในการปรับตัวครั้งใหญ่ แต่โลกตั้งแต่ 2508 ถึงปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า 2000 ปีก่อนนั้นรวมกัน ศาสนจักรคาทอลิกและศาสนจักรทั้งหลายไม่ว่าศาสนาใดจึงประสบปัญหาเดียวกัน

     สำหรับคนจำนวนมาก ศาสนาได้กลายเป็นความแปลกแยก เป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ เป็นภาระอันหนักทางประเพณีที่ตกค้าง เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ที่ควรจะปลดปล่อยเพราะเก่าและแก่เกินไป ควรสร้างตำนานใหม่ที่เหมาะสมกับสังคมวันนี้

     แต่คนจำนวนมากยังต้องการศาสนา ยังเห็นคุณค่าของหลักธรรมอันอมตะและอกาลิโก แต่ไม่ใช่ห่อหุ้มด้วยรูปแบบระบบโครงสร้าง ระเบียบประเพณีวิถีปฏิบัติอย่างที่เป็นอยู่