Syndicate content facebook Syndicate content Log In
ร้องวิทยฐานะเหลื่อมล้ำ

ร้องวิทยฐานะเหลื่อมล้ำ

กลุ่มพีอาร์-นักวิชาการ ร้อง"วิทยฐานะชำนาญการ"ไม่มีค่าเงิน ผิดกับครูชำนาญการรับ 3,500 ชำนาญการพิเศษ 5,600x2 จี้แก้ ก.ม.ขนานใหญ่ / บิ๊ก สพฐ.จ่อย้าย ผอ.โรงเรียนด้อยคุณภาพ


      ที่หอประชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ 24 ต.ค.56 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดงานประชุมสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา ว่าด้วยการสร้างความพร้อมขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา 38ค(2) ประมาณ 1,500 คนเข้าร่วม โดยได้เชิญนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มาเป็นประธาน

     พร้อมกันนี้นายชาญ คำภิระแปง ประธานสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา ได้ชี้แจงต่อนายจาตุรนต์ ถึงการเหลื่อมล้ำของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2547 กำหนดให้บุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 38ค(1) ได้แก่ ครูผู้สอน ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ได้รับเงินวิทยฐานะตำแหน่งชำนาญการ 3,500 บาท และตำแหน่งชำนาญการพิเศษ(คศ.3) รับเงินวิทยฐานะ 5,600x2=12,000 บาท

     ขณะที่บุคลากรฯ ตามมาตรา 38ค(2)ได้แก่ นักประชาสัมพันธ์ นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล และนักจัดการงานทั่วไป ตำแหน่งชำนาญการ ไม่ได้รับเงินวิทยฐานะ ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ได้รับเงินวิทยฐานะ 3,500 บาท

     ดังนั้นจึงขอให้ รมว.ศึกษาธิการ แก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกให้บุคลากรฯ 38ค(2) ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 13,700 คนทั่วประเทศ ได้มีสิทธิ์เท่าเทียมกับบุคลากรฯ 38ค(1) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

     ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนจะให้องค์กรที่เกี่ยวข้องหารือกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก และบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ เป็นกำลังสำคัญทางการศึกษา แต่การให้ได้รับเงินวิทยฐานะจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ดังนั้นจำเป็นต้องหารือกันด้วยเหตุด้วยผล ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการส่งเสริิมให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ มีความมั่นคงในอาชีพ และมีความก้าวหน้าสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ ก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดหาทางส่งเสริม 

      ทั้งนี้ นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับกฎหมาย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา, พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2547 และ พ.ร.บ.เงินเดือนครู มาตรา 31 วรรค 2 คงต้องแก้ไขกันทั้งระบบและอาจต้องยุบบางตำแหน่ง ซึ่งต้องวิเคราะห์ให้ดีเพื่อกำหนดภารกิจของงานให้บุคลากรฯ 38ค(2) จะเข้าลู่เดียวกับบุคลากรฯ 38ค(1) ได้ 

      วันเดียวกัน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีงานวิจัยเรื่องพัฒนาการของการทดสอบระดับชาติ และการประกันคุณภาพระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่ระบุถึงการเน้นบทลงโทษโรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินภายนอกจะถูกตัดงบประมาณว่า

     งบฯ ปกติที่โรงเรียนจะได้รับการจัดสรร ก็คือเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวผู้เรียน ซึ่งโรงเรียนอยู่ได้ด้วยงบฯ นี้ ตัดไม่ได้เด็ดขาดเพราะผิดกฎหมาย ส่วนงบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงบฯ พัฒนาสถานศึกษา ก่อสร้างซ่อมแซมอาคารสถานที่ หรืองบฯ อบรมต่างๆ นั้นอาจถูกตัดหรือปรับลดงบฯ ได้ตามดุลพินิจของสำนักงบประมาณ หรือชั้นพิจารณาของกรรมาธิการ ส่วนการโยกย้ายผู้บริหารหากไม่มีคุณภาพนั้น สพฐ.ต้องทำอยู่แล้ว แต่จะย้ายไปไว้ส่วนใดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกนั้น สพฐ.จะหารือกับสำนักงาน ก.ค.ศ.ว่าจะดำเนินการกับกำลังพลเสื่อมเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง