Syndicate content facebook Syndicate content Log In
โรงเรียนสอนควาย "กาสรกสิวิทย์"

โรงเรียนสอนควาย "กาสรกสิวิทย์"


โรงเรียนสอนควาย "กาสรกสิวิทย์"

พระมหากรุณาธิคุณ/เสกสรร  สิทธาคม

        ไปจังหวัดสระแก้วไม่ว่าจะไปด้วยวัตถุประสงค์ใด ถ้ามีเวลาก็ไม่อยากให้พลาดการไปโรงเรียนสอนควายสอนคนให้ทำนาเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ "กาสรกสิวิทย์" ยิ่งที่ตั้งใจไปยังพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาตามพระราชดำริจังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรีก็ยิ่งพลาดไม่ได้เป็นเด็ดขาด รร.แห่งนี้เกิดขึ้นด้วยผลพวงอันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณพัฒนาพื้นที่ตามพระราชดำริเพื่อประโยชน์แก่ราษฎรที่เป็นเกษตรกรของประเทศ โดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

           คราวหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังอ่างเก็บน้ำท่ากะบาก เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารสหกรณ์การเกษตรคลองน้ำเขียว บ้านคลองน้ำเขียว แล้วเสด็จฯไปทอดพระเนตรฝายน้ำล้น และสถานที่พัฒนาที่ดิน และโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านคลองทราย แล้วจึงเสด็จฯกลับกรุงเทพฯ นั่นเป็นเมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2522 
         โรงเรียนกาสรกสิวิทย์จัดตั้งขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การดูและของมูลนิธิชัยพัฒนาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นโรงเรียนฝึกควาย และให้เกษตรกรมาใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับควายเพื่องานเกษตรกรรม โดยเกษตรกรจะเข้าพักอาศัยตามสภาพแวดล้อมการดำรงชีวิตแบบพอเพียงฯ ไม่ดิ้นรนหาความเดือดร้อน นับเป็นการฝึกควายให้ทำการเกษตรได้ดี และฝึกคนให้เข้าใจถึงวิธีการใช้ควายในการทำเกษตรกรรม
         มีควายผู้ให้ความรู้ 25 ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นควายทรงเลี้ยงที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย ส่วนควายผู้เรียนรู้นั้น จะเป็นควายจากธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ในปีแรกจะทำการฝึกจำนวนรุ่นละ 5 ตัว ปีละ 10 รุ่น 1 ปี รวม 50 ตัว และจะเพิ่มจำนวนควายผู้เรียนรู้เมื่อการฝึกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ช่วงวันเรียนของทุกเดือนคือ 1-9 แล้ววันที่สิบประเมินผล
        แล้วดูเหมือนไม่ใช่แค่สอนควายให้ทำนา คือไถ คราด เทียมเกวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ยังสอนคนที่จะทำนาไปด้วยในตัว วันนี้แม้จะเป็นลูกชาวนาแต่เมื่อตัดสินใจทำนาสืบสานบรรพชนก็ต้องเรียนรู้ เพราะมีการทำนาแบบใช้ควายเหล็กกันแทบทั้งประเทศแล้ว ทำนาโดยแรงควายจึงต้องมาเรียนรู้กันใหม่

        ที่สำคัญต้องหลอมหล่อใจคนใจควายให้เป็นหนึ่งเดียว แบบสามัคคี ปรองดอง แบบเมตตากรุณาต่อกันอย่างหนักแน่นลึกซึ้ง
        เกษตรกร ผู้ที่ได้รับพระราชทานกระบือจากธนาคารโค-กระบือ แล้วจะต้องนำไปฝึกที่โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ และจะต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจจริงในการนำควายไปใช้ในการเกษตรของตนอย่างจริงจัง และจะต้องเข้ามาฝึกกับครูฝึกสอนผู้ใช้ควายของโรงเรียน ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความชำนาญในการฝึกและควบคุมควายเพื่อใช้ใน การเกษตรกรรม นอกจากจะได้รับการอบรมการใช้ควายทำการเกษตรแล้ว เกษตรกรจะได้รับความรู้ทั้งด้านการเลี้ยงและดูแลควาย การจัดการเรื่องหญ้าและอาหารควาย การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ผสมผสาน และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
        ช่วงไปสัมผัสโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เป็นราวๆกลางเดือนกันยายน คณะไปป๊ะเข้ากับนักเรียนตัวเล็กๆน่าจะอยู่แค่ชั้นประถมจากโรงเรียนรักษาทรัพย์กบิลบุรีหลายสิบคน เห็นอาการก็รู้ได้เลยทุกคนตื่นเต้นที่ได้เห็นควาย เดินตามควาย ห้อมล้อมควาย นักเรียนหลายคนได้ขี่หลัง

ควายทรงเลี้ยงชื่อคุณขวัญเมืองพากันดีอกดีใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ คุณขวัญเมืองเป็นควายนำฝูงแล้วก็เชื่องคุ้นเคยผู้คน ไม่มีอาการตื่นตระหนกขณะอยู่ท่ามกลางคนมากและส่งเสียงดัง แม้จะถูกบังคับโดยผู้ดูแลบ้างก็ตาม
        ถัดไปเจ้าหน้าที่ได้ทดลองเทียมเกวียนให้ผู้ไปเยือนได้เห็นและได้ขี่เกวียน ไม่รู้ว่าใครที่ได้ขี่จะลืมเก๋งหรือเปล่าท่านหนึ่งก็คือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯท่านสุภาพร พิมลลิขิต
        ก่อนล่ำลาทางผู้ดูแลรร.กาสรกสิวิทย์ได้ให้ผู้ไปเยือนได้ปล่อยกบ ปลูกข้าวแบบโยนเป็นที่สนุกสนาน โดยเฉพาะเด็กๆโยนกล้ากันอย่างมีความสุข
        ทั้งหมดที่ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกระทรวงเกษตรโดยท่านปลัดคนใหม่ นายชวลิต ชูขจร ในฐานะประธานศูนย์พาไปสัมผัสเป็นเพียงบางส่วนที่นำภาพอันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณมาบอกเล่าคนไทยทั้งประเทศ แต่บางส่วนนั้นได้ฉายภาพแห่งพระวิริยะอุตสาหะ พระเมตตา พระอัจฉริยภาพ พระมหากรุณาอันเกิดจากพระราชหฤทัยห่วงใยอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์อย่างหาที่สุดมิได้