Syndicate content facebook Syndicate content Log In
“ขาว-ดำ กล้องฟิล์ม”ยังไม่ตาย!

“ขาว-ดำ กล้องฟิล์ม”ยังไม่ตาย!

ภาพขาวดำนอกจากความเป็นคุณค่าในเชิงศิลปะแล้ว ความเป็นมูลค่าดูสูงตามไปด้วย

 

คนในวัฒนธรรม 

ชมวง  พฤกษาถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

“ขาว-ดำ กล้องฟิล์ม” ยังไม่ตาย!

“ยรรยง โอฬาระชิน” ศิลปินฯ ภาพถ่ายมีชีวิต 

               

     ในบรรดานักถ่ายภาพมือชั้นเยี่ยมของเมืองไทยแล้วยังคงพิสมัยกล้องฟิล์ม ขาว-ดำอยู่

    หนึ่งในนี้คือ ยรรยง โอฬาระชิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) ปี 2550 ผู้หลงใหลการถ่ายภาพขาว-ดำมานานกว่า 50 ปี ที่ตอนนี้คัดสรรภาพถ่าย 120 ภาพมาจัดแสดงนิทรรศการ “ภาพถ่าย ขาว-ดำ ด้วยกล้องฟิล์ม” ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม “คนในวัฒนธรรม” สบช่องชมผลงานของศิลปินฯ ภาพถ่ายขาวดำ

    “นิทรรศการครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายปี เพื่อที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะการถ่ายภาพขาวดำ ตั้งแต่กระบวนการการถ่ายทำ ล้างฟิล์ม ขยายภาพในห้องมืด จนออกมาเป็นภาพถ่ายดังที่เห็น” ศิลปินฯ ยรรยง นักถ่ายภาพวัย 75 ลำดับขั้นตอนให้เห็น และกล่าวถึงศิลปะการถ่ายภาพขาวดำ “เป็นแนวที่ผมรักมาก เป็นความงาม ความลึกซึ้ง ความเป็นอมตะของขาวดำให้ความรู้สึกล้ำลึก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การถ่ายภาพแนวนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ กับความตั้งใจ มุ่งมั่น ที่จะทำให้ภาพถ่ายออกได้ดีที่สุดตามที่ตัวเองเห็นว่าดี”

     ภาพถ่ายขาวดำที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้มีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ไล่เรื่อยขึ้นมาถึงปี 2550 ภาพทุกภาพมีความเป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา มีมิติความลึก สะท้อนเรื่องราว อารมณ์และความรู้สึก อาทิภาพโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จ.อยุธยา (ก่อนบูรณะ) ภาพไถนา ภาพลุยน้ำแสวงบุญ ภาพคนสูบบุหรี่ ฯลฯ รวมไปถึงภาพ “บินเดี่ยว” (รางวัลยอดเยี่ยมพระราชทานปี 2516) ภาพ “ธารน้ำใส” (รางวัลยอดเยี่ยมพระราชทานปี 2533)

     “ภาพ “บินเดี่ยว” ภาพ “ธารนํ้าใส” สองภาพนี้ เป็นรางวัลยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคัดเลือกภาพด้วยพระองค์เอง เป็นผลงานที่ผมและครอบครัวภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต” อาจารย์ยรรยง แสดงความปลาบปลื้ม โดยสองภาพนี้ถูกบันทึกด้วยกล้อง Hasselblad 500 C เลนส์ 150 มม.

    มิเพียงกล้อง Hasselblad 500 C ที่อ.ยรรยงใช้บันทึกภาพเท่านั้น ยังมีกล้องยี่ห้ออื่นๆ สะพายไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงกล้องตัวแรกใช้สมัยเรียนวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ (เวลานั้น) คือ IKOFLEX เลนส์คู่ ราคา 2,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าแพงทีเดียวในสมัยนั้น” ซึ่งความหลงใหลการถ่ายภาพขาวดำได้ชี้ให้เห็นความต่างของภาพคัลเลอร์หรือภาพสี “ขึ้นอยู่กับผู้ดู แต่สำหรับผมแล้วภาพถ่ายขาวดำมีคุณค่าทางศิลปะ ลึกซึ้งมากกว่าภาพสี บางทีภาพขาวดำยิ่งดูก็ยิ่งมีความประทับใจ ส่วนภาพสีนั้นจริงอยู่ ดูแล้วมีความสวยงาม แต่ว่าสีมันฉูดฉาด หาความประทับใจเท่ากับภาพขาวดำไม่ได้”

     แน่นอนว่าปัจจุบันกล้องดิจิตอลเข้ามาแทนที่กล้องฟิล์ม ทำให้กล้องชนิดนี้จะตายไปจากนักเล่นกล้อง ซึ่งท่านมองว่า

    “มีคนตั้งคำถามนี้มาก คือแต่เดิมมากล้องที่ใช้ฟิล์ม มีทั้งฟิล์มสไลด์ ฟิล์มสีโปร่งแสง ฟิล์มเนกกาตีฟสี และฟิล์มขาวดำ ปรากฏว่าทางด้านฟิล์มสไลด์และฟิล์มเนกกาตีฟสีกลับลดความนิยมลงคนทั่วไปมาก อาจเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายล้างฟิล์มแพง ประกอบกับทางร้านโฟโต้มีลูกค้าประเภทนี้น้อยลง ทำให้ร้านไม่คุ้มต้นทุน ต่างจากระบบดิจิตอล รวดเร็วกว่า ต้นทุนถูกกว่า เป็นต้นว่าแต่ก่อนรูปภาพสีขนาด 16 x 20 นิ้ว ภาพนึงราคาประมาณ 250 บาท ปัจจุบันเป็นระบบดิจิตอลคงเหลือ 30 – 40 บาท”

     กระนั้นก็ตาม อ.ยรรยง ผู้คร่ำหวอดอยู่กับภาพถ่ายขาวดำสะท้อนให้เห็นความนิยมการใช้กล้องฟิล์ม

   “ในต่างประเทศแล้วได้รับความนิยมมาก เนื่องจากศิลปะการถ่ายภาพขาวดำกล้องฟิล์มนี่ ไม่ได้มีเพียงคุณค่าอย่างเดียว แต่ต่อไปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย โดยจากที่ผมสังเกตในต่างประเทศของภาพถ่ายขาวดำด้วยกล้องฟิล์มจะแพงกว่าภาพระบบสีดิจิตอลหลายเท่าตัว

    แล้วถามต่อไปว่า ภาพถ่ายขาวดำจากกล้องฟิล์มมีมูลค่าต่างจากกล้องดิจิตอลอย่างไรนั้น เห็นได้อายุการเก็บได้ยาวนานกว่าภาพดิจิตอล ที่สีของภาพอาจจะเพี้ยนไปเมื่อนานเข้า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการรักษา ขณะที่ภาพถ่ายขาวดำของผมมีอายุร่วม 50 ปี ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ซึ่งนำมาจัดแสดงในนิทรรศการชุดนี้ด้วย”

    ภาพขาวดำนอกจากความเป็นคุณค่าในเชิงศิลปะแล้ว ความเป็นมูลค่าดูสูงตามไปด้วย อย่างภาพ “ร่มเงา” ภาพต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมบริเวณพื้นที่ โดยมีท้องน้ำตกกระทบภาพ มีโบราณสถานสุโขทัยเป็นฉากหลัง ภาพถ่ายออกมาสื่อถึงบรรยากาศของความร่มรื่น ซึ่งภาพนี้ศิลปินฯ ยรรยงได้นำไปเข้าร่วมประมูลภาพศิลปกรรมเพื่อสมทบบูรณะโบราณสถานคราวน้ำท่วมใหญ่ ที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้นเมื่อปีก่อน

    “ทางหออัครศิลปินชักชวนให้ผมนำภาพถ่ายขาวดำเข้าร่วมประมูลภาพ ผมเองก็ตัดสินใจอยู่นาน ปรึกษาคุณวรนันท์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติด้านภาพถ่าย เอาไงดี เพราะไม่เคยและไม่คิดว่าภาพขาวดำจะมีมูลค่าเท่าใดนัก แต่ถ้าเราไม่ลองดูก็ไม่รู้ จึงตัดสินใจส่งเข้าร่วมประมูลภาพ ปรากฏว่ามีผู้ให้ราคาภาพนี้ 85,000 บาททีเดียว จึงทำให้ผมรู้ว่าภาพขาวดำมีมูลค่าสูง”

    นอกจากนี้มีอีกหลายภาพที่จัดว่ามีมูลค่าสูง ซึ่งหลายภาพคุ้นตาโดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเป็นฝีมือการถ่ายภาพของท่าน (มาทราบเอาในนิทรรศการ) ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปเนินนานเท่าใด ภาพถ่ายขาวดำคุณค่าเหล่านี้จะกลายเป็นภาพทางประวัติศาสตร์ เพราะมีสำเนาฟิล์มเพียงหนึ่งเดียวของนักถ่ายภาพชั้นเยี่ยมของเมืองไทย นามยรรยง โอฬาระชิน ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งท่านกล่าวถึงนิทรรศการนี้ว่า “อาจจัดแสดงครั้งสุดท้าย เพราะอายุมาก” ทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้วิธีการสร้างสรรค์ศิลปะภาพถ่ายขาวดำ เทคนิคการถ่ายภาพ การล้างฟิล์ม ขยายภาพขาวดำในห้องมืด ให้แก่ผู้ที่รักการถ่ายภาพ พร้อมกับจำหน่ายหนังสือประวัติและผลงานภาพถ่ายกว่า 50 ปีของท่าน เล่มที่ 2 จัดพิมพ์เพียง 1,200 เล่ม ในราคาเล่มละ 500 บาท โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ

     ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพควรได้หาเวลาไปชม (ถึง 9 เมษายน ฟรี) แล้วจะรู้ว่าศิลปะการถ่ายภาพขาวดำด้วยกล้องฟิล์มนั้นยังไม่ตาย !