Syndicate content facebook Syndicate content Log In
ภัยพิบัติธรรมชาติถล่มโลกโคลนถล่มแซมบ้าคร่าชีวิต270ศพ-ชี้น้ำท่วมพ่นพิษจิงโจ้อ่วมยาว

ภัยพิบัติธรรมชาติถล่มโลกโคลนถล่มแซมบ้าคร่าชีวิต270ศพ-ชี้น้ำท่วมพ่นพิษจิงโจ้อ่วมยาว

โลกอ่วมเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายพื้นที่ ล่าสุด แซมบ้าตกเป็นเหยื่อโคลนถล่มหลังฝนตกหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย270 คน ด้านน้ำท่วมออสเตรเลียยังไม่พ้นวิกฤติ คาดใช้เวลานานกว่าฟื้นฟูประเทศให้ดีดังเดิม หลังอุทกภัยสร้างความเสียหายคิดเป็นตัวเลขกว่า 6 พันล้านดอลล์

      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุโคลนจากเทือกเขาแห่งหนึ่งในเมืองเทเรโซโปลิส ทางตอนเหนือของนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล พัดถล่มในพื้นที่หลายเมือง ตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้เพิ่มขึ้นกว่า 270 รายแล้วโดยพื้นที่ในเมืองเทเรโซโปลิส ได้รับความเสียหายหนักที่สุด จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 130 รายด้วยกัน

     รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโคลนถล่มในครั้งนี้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในภูมิภาคลาตินอเมริกา มาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลาต่อเนื่องนานไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์เป็นต้นมา โดยวัดปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยราว 10 นิ้ว หรือประมาณ 26 เซนติเมตร ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมสูง และเกิดโคลนถล่มในเวลาต่อมา ทั้งนี้ มีรายงานว่า น้ำจากบนเทือกเขายังคงไหลบ่ามายังพื้นที่ราบอย่างต่อเนื่อง

     ทางด้าน ทางการบราซิลยังคงระดมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ออกค้นหาเหยื่อผู้ประสบเหตุโคลนถล่มที่ถึง ณ เวลานี้ ยังคงสูญหาย

     ขณะที่ ประธานาธิบดีหญิง ดิลมา รุสเซฟ แห่งบราซิล ได้ลงนามในมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมและโคลนถล่มในพื้นที่ริโอ เดอ จาเนโร และเซาเปาโล เป็นเบื้องต้น พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณ 461 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปช่วยเหลือฟื้นฟูในพื้นที่ประสบภัย

     ขณะเดียวกัน ทางด้านเหตุอุทกภัยในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ปรากฎว่า ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเริ่มหวั่นเกรงโรคระบาดที่มาจากยุงเป็นพาหะแล้ว เนื่องจากหลังเกิดน้ำท่วมได้มียุงเป็นจำนวนมาก

     ทางด้านความเสียหายได้มีการประเมินว่าจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง และกว่าจะฟื้นฟูบูรณะประเทศให้ดีดังเดิม ก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายปี และถือเป็นภารกิจที่ยากลำบากภารกิจหนึ่งของทางการออสเตรเลีย สำหรับการฟื้นฟูประเทศหลังภัยน้ำท่วม

     พร้อมกันนี้ ยังคาดกันด้วยว่า อุทกภัยข้างต้นได้สร้างความเสียหายแก่ธุรกิจประกัน จากการที่ต้องจ่ายเงินตามกรมธรรม์ให้แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุ คิดเป็นจำนวนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

     ด้านบรรดานักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า ความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้โดยรวมแล้ว คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการพื้นที่ประสบภัยนอกจากมีบ้านเรือนของประชาชน ทั้ง 35 เขตชุมชนย่านชานเมือง หรือประมาณ 30,000 หลังคาเรือน แล้ว ก็ยังมีเหมืองถ่านหิน และกิจการด้านการทำโลหะชนิดต่างๆ เช่น แร่เหล็ก รวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก