Syndicate content facebook Syndicate content Log In
"สุเทพ"ป้องตำรวจ ปัดจำกัดสิทธิเด็ก หวังเอื้อประโยชน์

"สุเทพ"ป้องตำรวจ ปัดจำกัดสิทธิเด็ก หวังเอื้อประโยชน์

"สุเทพ"ยันตำรวจทำงานเต็มที่ ปัดกฎหมายเคอร์ฟิวเด็ก 18 เอื้อตำรวจแสวงหาประโยชน์ จวกพวกจิตไม่ดีจ้องวิจารณ์เป็นพ.ร.ก.ฉุกเฉินย่อยๆ "กมธ.ตำรวจ" หนุนห้ามโจ๋ออกนอกบ้านหลัง4ทุ่ม ลั่นพร้อมดูแลวินัยตำรวจ ด้านกรรมการสภาเยาวชนขานรับนโยบายป้องกันปัญหาสังคม
     นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการห่วงการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น. ) เตรียมใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ตรวจสอบเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกจากบ้านหลังเวลา 22.00 น. โดยไม่มีเหตุอันควร จะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่มาแสวงหาผลประโยชน์ ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ทำอย่างนั้นที่ทำเช่นนี้ ก็เพื่อปกป้องดูแลให้เยาวชนของเรารอดพ้นจากปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ส่วนการกล่าวหาว่าการใช้กฎหมายนี้เหมือนเป็นการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับย่อยๆนั้น คนกล่าวหาคนที่จิตใจไม่ดี กล่าวหาได้ตลอดทุกวัน ไปเตือนพวกเขาให้คิดอะไรดีๆ ให้กับประเทศไทยบ้าง สงสารคนไทยบ้าง
     ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอสนับสนุนแนวทางดังกล่าว เนื่องจากเวลา 22.00 น. เป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมที่เยาวชนจะออกนอกบ้าน โดยปราศจากผู้ปกครอง จากข้อมูลของศาลคดีเด็กและเยาวชน 80-90% จะเกิดการทำผิดของเยาวชนในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจะไม่มีปัญหา ซึ่งตนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจะคอยดูแลควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ โดยเรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนไปแล้ว
     อย่างไรก็ตาม คิดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ปกครอง เพื่อลดการเกิดปัญหาต่างๆ ทางสังคม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯจะคอยดูแลตรวจสอบให้กฎหมายดังกล่าว เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด
     ขณะที่ พ.ต.ท บุญเลิศ  ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการ ใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ว่า ได้สั่งการไปยัง หัวหน้าสถานีตำรวจ 52 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จัดเวรยาม ออกกวดขันตามสถานที่ไม่เหมาะสม โดยเน้นการป้องปรามเป็นหลักสำคัญ เพื่อมิให้ละเมิดสิทธิ์ ที่ผ่านมาคดีอาชาญกรรม ส่วนหนึ่งจะพบเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ หากพบการรวมกลุ่มที่อาจจะสุมเสี่ยงต่อการกระทำผิด และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เบื้องต้นจะมีการตักเตือน และแจ้งให้ผู้ปกครองมารับทราบ เพื่อรับตัวไปดูแล ส่วนผู้ใหญ่ จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดตามที่ปรากฏ
     ด้าน น.ส.จุฑามาศ  สนพะเนาว์ นักเรียนชั้น ม.6/1 โรงเรียนบุญวัฒนา 2 นครราชสีมา ในฐานะ กรรมการสภาเยาวชน เทศบาลตำบลหัวทะเล กล่าวว่า มาตรการที่ภาครัฐขุดนำมาใช้อีกรอบ เป็นสิ่งที่ดี ที่ผ่านมาเพื่อนๆ ที่รู้จักมักคุ้นที่จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่สถานพินิจ ฯ หรือออกจากโรงเรียน และตั้งครรถ์ก่อนวันอันสมควร ก็จะใช้เวลาค่ำคืนกระทำตัวไม่เหมาะสม
  "ขอฝากไปยังผู้ปฏิบัติ จะต้องใช้ดุลยพินิจ และมีความยืดหยุ่น เพื่มมิให้เข้าช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทุกวันนี้เด็กเห็นตำรวจที่มีต้นทุนทางสังคมต่ำกว่าอาชีพอื่นๆ ก็ไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่ใช่เห็นเด็กรวมกลุ่ม แล้วจะดำเนินการทันที ควรจะสอบถามก่อน"  น.ส.จุฑามาศ กล่าว