Syndicate content facebook Syndicate content Log In
"เด็มโก้"โชว์กำไรไตรมาสแรกโต 65.38% ยิ้มรับงานเข้า-ตุนยอดงานในมือเพียบ!

"เด็มโก้"โชว์กำไรไตรมาสแรกโต 65.38% ยิ้มรับงานเข้า-ตุนยอดงานในมือเพียบ!

“เด็มโก้” เผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 54 ฟอร์มดี กำไรโต 65.38% เหตุงานเข้าตั้งแต่ต้นปี ส่งผล 3 เดือนแรก กวาดรายได้ 706.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.95% ระบุปัจจัยหลักมาจากการเลื่อนรับรู้รายได้จากปลายปีที่แล้ว ขณะที่ Backlog ล่าสุดแตะระดับ 5.8 พันล้านบาท เผยเตรียมทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้และปีหน้า พร้อมยันเป้าหมายรายได้รวมอยู่ที่ 5 พันล้านบาท

     นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO ผู้นำธุรกิจด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าครบวงจร รวมถึงผลิตและจำหน่ายเสาโครงเหล็กสำหรับงานด้านไฟฟ้า โทรคมนาคมให้กับภาครัฐและเอกชน เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 (ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 706.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247.73 ล้านบาท คิดเป็น 53.95% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทฯมีรายได้รวม 459.14 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 27.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.86 ล้านบาท หรือ 65.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 16.61 ล้านบาท

     “รายได้ในไตรมาสแรกจำนวน 706.87 ล้านบาท นั้น มาจากงานรับเหมาโครงการกว่า 84% ส่วนอีก 16% มาจากงานขายและบริการ ซึ่งการที่รายได้ในไตรมาสแรกของปีนี้มีการเติบโตขึ้น เนื่องจากบริษัทฯได้รับรู้รายได้ที่เลื่อนการรับรู้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2553 จากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม”

     ส่วนงานในมือ (backlog) ของบริษัทฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ 5.8 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2554-2555 ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จะมาจากการรับรู้งานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมถึงงานก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่บริษัทฯ ได้เซ็นต์สัญญากับบริษัท ไอเฟค กรีน เพาเวอร์ พลัส จำกัด เพื่อรับก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มูลค่า 850 ล้านบาท โดยการรับรู้รายได้ในปีนี้จะมาจาก ขณะที่งานโครงการพลังงานลมทั้ง 3 โครงการราว 2,200 ล้านบาท  งานโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ประมาณ 700 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงานระบบไฟฟ้าใต้ดิน ที่บริษัทเพิ่งเซ็นต์สัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนการประมูลงานใหม่บริษัทได้ยื่นซองเสนอราคาอีกประมาณ 4 พันล้านบาท โดยคาดว่า จะได้ข้อสรุปในไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้ รวมถึงจะทยอยยื่นเข้าประมูลงานอื่นๆ เพิ่มเติมซึ่งเป็นไปตามงบประมาณที่ออกมาด้วย

     “แนวโน้มรายได้ของบริษัทฯ ในช่วงต่อจากนี้ไป จะมาจากธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงการพลังงานทดแทนมากขึ้น ทั้งจากโครงการที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างในลักษณะ EPC : Engineering Procurement Construction และโครงการที่บริษัทร่วมลงทุน โดยเป้าหมายรายได้ในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 5 พันล้านบาทเหมือนเดิม เนื่องจากทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกที่รายได้ของบริษัทฯ เป็นไปตามแผนที่น่าพอใจ” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

     ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 ได้มีมติให้บริษัทฯ เข้าถือหุ้นทางอ้อมในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 รวม 2 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 180 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 1.25 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านบริษัท อีโอลัส พาวเวอร์ จำกัด (AEOLUS POWER) ซึ่ง DEMCO จะเข้าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวในสัดส่วน 27% มูลค่าเงินลงทุน 1.3 พันล้านบาท ส่วนบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด จะถือหุ้น 73% รวมเป็นเงินลงทุนในบริษัท อีโอลาส จำกัด 2,250 ล้านบาท

      ทั้งนี้ บริษัท อีโอลัส พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง DEMCO และวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จะถือหุ้นในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 ในสัดส่วน 60% ขณะที่บริษัทพลังงานขนาดใหญ่สัญชาติไทยและญี่ปุ่นซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยชื่อ เข้าถือหุ้นแห่งละ 20% ซึ่งจากสัดส่วนดังกล่าว จะทำให้ DEMCO เป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมในโครงการพลังงานลม ห้วยบง 2 และ 3 ในสัดส่วน 16.12%

     “เราคาดว่า ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ในโครงการดังกล่าวที่ DEMCO จะได้รับจะอยู่ที่ 13-15% รวมถึงการรับเงินปันผลระยะยาวจากโครงการอีกปีละประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติในเรื่องนี้ในวันที่ 27 มิถุนายน 2554  ก็คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 14 เดือน โดย DEMCO จะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการนี้ในปีนี้คิดเป็น 1,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 600 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2555” กรรมการผู้จัดการ บมจ.เด็มโก้ กล่าว