Syndicate content facebook Syndicate content Log In
ครูดี...โรงเรียนเด่น / ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านจินตนาการ (Constructivism) อีกหนึ่งแนวคิดรักษา"เด็กพิเศษ"

ครูดี...โรงเรียนเด่น / ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านจินตนาการ (Constructivism) อีกหนึ่งแนวคิดรักษา"เด็กพิเศษ"

...จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่การรักษาแบบ Play Therapy หรือการเล่นบำบัด

edusiamrath@gmail.com

 

 

 

ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านจินตนาการ (Constructivism)
อีกหนึ่งแนวคิดรักษา "เด็กพิเศษ"

====================== 

 

 

     เป็นแนวโน้มที่น่าวิตกทีเดียวกับสถิติการเพิ่มขึ้นของ "เด็กพิเศษ" หรือเด็กที่มีความบกพร่องผิดปกติด้านพฤติกรรม การเรียนรู้ หรือสมาธิ ที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย โดยจากข้อมูลทางระบาดวิทยา พบว่า เฉลี่ยแต่ละปีมีเด็กพิเศษประเภทต่างๆ เกิดขึ้นใหม่ อย่างน้อยประมาณ 70,000 คนต่อปีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กสมาธิสั้นในเด็กวัยเรียนประมาณร้อยละ 5- 0 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้พบได้ร้อยละ 10 และโรคออทิสซึม (Autism) อาจพบได้ถึงร้อยละ 0.6 นอกจากนั้นยังอาจพบเด็กพิเศษอื่น ๆ อีก ได้แก่ เด็กพัฒนาการผิดปกติ เด็กแอสเปอร์เกอร์ เด็กสมองพิการ เด็กมีความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรม เป็นต้น

     และที่น่าวิตกยิ่งกว่า...หากไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลที่ถูกต้อง ก็อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการผิดปกติทางสมองเพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งอาจกลายเป็นภาระของครอบครัวและประเทศชาติต่อไปได้ในอนาคต 

     โครงการศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ โดยโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นอีกสถาบันที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการที่ดีขึ้นของเด็กกลุ่มนี้ โดยดำเนินการจัดทำแผนการเรียนรายบุคคล หรือเรียกสั้นๆ ว่า โครงการ IEP (Individualized Education Plan) ซึ่งเป็นการออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กพิเศษแต่ละคนให้มากที่สุด และได้แบ่งประเภทของเด็กพิเศษออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ เด็กแอลดี (LD-Learning with Disabilities) เด็กสมาธิสั้น (ADHD-Attention Deficit Hyperactivity Disorder) และเด็กออทิสติก (Autistic/Autism) เพื่อการดำเนินการดูแลที่เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพ

*อาจารย์แป๋ม   *อาจารย์ใหม่

==================

     อาจารย์แป๋ม หรือ อาจารย์ฉันทิดา สนิทนราทร ตำแหน่ง Specialist Project Manager ได้กล่าวถึงโครงการ IEP ว่า เป็นโครงการที่ทางโรงเรียนฯ จัดทำขึ้นโดยออกแบบการเรียนรู้ในระยะยาวให้เหมาะกับเด็กพิเศษเป็นรายบุคคล เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมและมีการพัฒนาทักษะความสามารถอย่างเต็มศักยภาพมากที่สุด มีการฝึกอบรมอาจารย์ คณะครูและบุคลากร โดยผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาด้านการศึกษาพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มาแลดูโครงการ IEP โดยตรง

     ...จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่การรักษาแบบ Play Therapy หรือการเล่นบำบัด เครื่องมือในการเล่นบำบัดประกอบด้วย การใช้ความคิดสร้างสรรค์โดยใช้จินตภาพ การบำบัดโดยใช้นิทานหรือการเล่าเรื่อง การละครและบทบาทสมมติ การใช้หุ่นมือ การเล่นทรายบำบัด ศิลปะและการวาดภาพ ดนตรี การเต้นและการเคลื่อนไหว การปั้นเป็นต้น ที่สำคัญคือเป็นการเรียนรู้แบบรวมกลุ่มกับเด็กปกติ ไม่มีการแยกเรียนเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น โดยไม่รู้สึกแปลกแยก เพื่อนๆ ในชั้นเรียนก็เข้าใจและให้ความสำคัญในความเป็นปัจเจกของเด็กกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน

     ขณะที่ อาจารย์ใหม่-ดร.ปิยวลี ธนเศรษฐกร อธิบายถึงทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยปัญญา  (Constructivism) ซึ่งจะมีผลช่วยในการพัฒนาการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กพิเศษ ว่า เน้นการเรียนรู้แบบซึมซับ และกระตุ้นความคิดสติปัญญา โดยครูจะเปิดโอกาสให้เด็กค้นหาความรู้ด้วยวิถีของตัวเอง และวิธีที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับภูมิหลังของเด็กๆ

     "หลายๆ ครั้งจากประสบการณ์เป็นครู แทนที่เราจะบอกคำตอบกับเด็กๆ เวลาเขาถามเรา ให้เราลองถามเขากับไปว่า คิดอย่างไรตามความคิดเห็นของเค้าเอง เราอาจจะได้ยินคำตอบใหม่ ๆ หรือความคิดเห็นใหม่ๆ ที่ดีกว่าที่เราในฐานะผู้ใหญ่เคยได้รู้มาเสียอีก และที่ดีไปกว่านั้นคือ เมื่อความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในเด็กตามธรรมชาติอยู่แล้วนั้น นอกจากไม่ถูกจำกัดแล้วยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ตามหลักทฤษฎีนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ เด็กๆ สามารถค้นหาตัวเองได้เร็วขึ้นว่า ความชอบหรือความต้องการที่แท้จริงของแต่ละคนคืออะไร ซึ่งจะต่างจากการเรียนแบบเดิมที่เน้นท่องจำ คำตอบที่ได้ก็จะมีเป็นแบบเดียวกัน เด็กก็จะไม่สามารถคิดต่อยอด หรือสร้างคำตอบที่แตกต่างได้ค่ะ"อาจารย์ใหม่ กล่าวทิ้งท้าย

     ...เป็นอีกหนึ่งความพยายามในช่วยเหลือ "เด็กพิเศษ" ด้วยแนวคิดใหม่ ซึ่งผู้ปกครอง หรือสถาบันการศึกษาที่สนใจสามารถติดต่อดูงาน หรือศึกษาด้วยตัวเองที่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต...

=================