Syndicate content facebook Syndicate content Log In

กองทัพเรือสยามสมัยรัชกาลที่หนึ่ง (1)

     เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน  กลุ่มนักกลอน-กวี กลุ่มเล็ก ๆ  มีกิจกรรม “ล่องเรือ อ่านกวี” กันที่อัมพวา   จัดโดยครอบครัวศรีอนุรักษ์(กวี “ธาร  ธรรมโฆษณ์” กรรมการสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย”  

     ข้าพเจ้ารับหน้าที่บรรยายหัวข้อ “คนไทยกับแม่น้ำ”  อ.ยุทธ  โตอติเทพย์ บรรยายเรื่อง “เห่เรือ-เพลงเรือ”   ในเรือแม้จะมีสมาชิกร่วมทางเพียงยี่สิบคน   แต่ก็ชื่นอกชื่นใจกันทุกคน  

    อาจเป็นเพราะข้าพเจ้าไปอยู่กลางแม่น้ำลำคลองมาทั้งวัน    ก็เลยนึกถึงเรื่อง “เรือสยาม” ขึ้นมา    จึงขอนำความรู้เกี่ยวกับเรือในกระบวนทัพสยาม สมัยรัชกาลที่หนึ่งมาเสนอในวันนี้

    เนื้อความเรื่องนี้  อยู่ในกลอน “เพลงยาวนิราศรบพม่าที่นครศรีธรรมราช”ครับ

    เพลงยาวนิราศรบพม่าที่นครศรีธรรมราช  พระราชนิพนธ์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท   นอกจากจะมีสำนวนกลอนที่มีเอกลักษณ์แล้ว  ยังเป็นข้อมูลสำคัญด้านประวัติศาสตร์  เพราะทรงบรรยายเรื่องการเตรียมทัพอย่างละเอียด  บรรยายการแต่งกายของทหาร  การจัดกระบวนเรือ  และฤกษ์ยามในกองทัพ 

    สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ อธิบายเกี่ยวกับเพลงยาวเรื่องนี้ไว้ว่า

     “สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท  ทรงพระราชนิพนธ์เป็นทำนองเพลงยาวนิราศ  บรรยายเรื่องการเสด็จยกทัพเรือไปปราบพม่าทางหัวเมืองมลายู  ตามพระราชบัญชาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  เมื่อปี พ.ศ 2329  สืบเนื่องมาจากใน พ.ศ 2328  พระเจ้าปะดุง  กษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาตีหัวเมืองชายพระราชอาณาเขต  และบุกลึกเข้ามาโดยรอบ  กองทัพพม่าที่ยกมาครั้งนี้เป็นทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์  จัดแบ่งเป็น 9 ทัพ  ยกเข้ามาโจมตีทุกทิศทุกทางจากเหนือจรดใต้  ขณะที่ฝ่ายไทยกำลังอยู่ในระยะตั้งตัวด้วยเพิ่งตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มาได้ 3 ปี  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงปรึกษากรมพระราชวังบวรฯ และเสนาบดีทั้งปวงเห็นว่ากำลังไม่พอจะต่อสู้ข้าศึก  จึงทรงให้จัดเป็นทัพใหญ่ 4 ทัพ คือทัพที่ 1 กรมพระราชวังหลังเป็นแม่ทัพไปตั้งทัพที่เมืองนครสวรรค์  คอยป้องกันมิให้พม่าซึ่งยกเข้ามาทางตากและเชียงใหม่เข้ามาถึงกรุงเทพ  ทัพที่ 2 กรมพระราชวังบวรฯ เป็นแม่ทัพยกไปตั้งที่เมืองกาญจนบุรี  คอยสกัดกองทัพหลวงของพระเจ้าปะดุง  ทัพที่ 3 เจ้าพระยาธรรมาธิบดี (บุญรอด) กับเจ้าพระยายมราช (ทองอิน) ตั้งที่ราชบุรี  คอยรักษาทางลำเลียงของทัพที่สอง  และคอยกันกองทัพพม่าทางใต้  ทัพที่ 4 กองทัพหลวง  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงเป็นจอมทัพเตรียมพร้อมอยู่ ณ กรุงเทพ  จนกระทั่งทัพของกรมพระราชวังบวร  ต่อสู้มีชัยชนะแล้ว   พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯให้กรมพระราชวังบวรฯเสด็จยกทัพลงไปปราบพม่าทางหัวเมืองมลายู  ส่วนพระองค์เสด็จยกกองทัพขึ้นไปสมทบกรมพระราชวังหลัง  ตีทัพพม่าที่ยกลงมาทางเหนือแตกพ่ายไป

    เมื่อกรมพระราชวังบวรฯเสด็จยกทัพเรือไปปราบพม่าครั้งนี้  ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงยาวรบพม่าที่นครศรีธรรมราชขึ้นเป็นทำนองนิราศ  แต่น่าเสียดายที่ต้นฉบับไม่สมบูรณ์  ความไปหมดอยู่เพียงกระบวนเสด็จออกจากกรุงเทพลงไปถึงวัดปทุมคงคาเท่านั้น”

    เพลงยาวรบพม่าที่นครศรีธรรมราช  พระบวรราชนิพนธ์ในสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท  นอกจากจะมีสำนวนกลอนที่ไพเราะงดงามแล้ว  ยังมีเนื้อหาเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีค่า  เป็นต้นว่า  ได้ทรงบรรยายถึงกระบวนทัพเรือและเครื่องแต่งกายของทหารกรุงเทพไว้อย่างละเอียด  ดังนี้

 “ที่นั่งครุฑทอดท่าเตรียมเสด็จ                       ดังจะเห็จนภมาศดูอาจอัด
 จับพญานาครินทร์บินรวบรัด                         สองหัตถ์ถือธงพิชัยยุทธ์
 ลงยันต์ลายทองตำรับหลวง                            เด่นดวงเป็นรูปวายุบุตร
 จ่ารงคร่ำช่องสองข้างครุฑ                             ฝรั่งคอยเตรียมชุดจะจุดปืน
 นายสมอเตรียมสมอประจำกว้าน                  พนักงานคล่องแคล่วไม่ขัดขืน
 สรั่งเตรียมคลี่ใบขยับยืน                                พลแจวเร่งรื่นประจำแจว
 ใส่เสื้อปัศตูแขนสั้น                                      โหมดคั่นขลิบคู่เป็นสองแถว
 หมวกปีกยอกปักพู่ดูวับแวว                          กางเกงแล้วด้วยแพรส่วยทอ 
 ยอดเสารายธงริ้วปลิวสะบัด                          พระพายพัดแลละลิ่วเป็นทิวหนอ
 จำรัสแสงแดดล้วนน่าพึงพอ                         ธงรบปักหว่างสมอเป็นคู่กัน  
 ที่นั่งท้ายรวบรูดวิสูตรโถง                             เป็นจรรโลงแผ้วโศกให้เสื่อมกระสัน
 สองข้างท้ายลายเครือเจือสุวรรณ                   วายุผันระยับพู่จุรีราย
 พระแสงปืนล้วนถุงหักทองขวาง                    มีหลายอย่างขุดคร่ำต้นเหลี่ยมหลาย
 แฝดสองรางสันคอลาย                                   ทองปรายปลายหอกรายเรียง
 ช่องแกลห้องท้ายบานปิด                               เป็นรูปวิจิตรเยี่ยมพักตร์แทบทักเถียง
 ยิ้มละม้ายคล้ายสตรีเป็นทีเมียง                      ถวิลเวียงฤามาเมินให้เร่งตรอง
 ................................................
 ทั้งท้ายหน้าใส่เสื้อแดงแขนเขียว                   ดูแรงเรี่ยวสวมหมวกเกาจิ๋ว
 กางเกงยกทอไหมเป็นรายริ้ว                         ดังจะลิ่วเย้ายวนให้ชวนทรง
 ที่นั่งกราบส่งเสด็จขึ้นเรือใหญ่                      เสด็จในบัลลังก์ท้ายสูงระหง
 ชาวมหาดซึ่งตามเสด็จลง                              ก็แต่งกายประจงประกวดกัน
 ล้วนแต่ใส่เสื้อเข้มขาบแดง                           เป็นริ้วแย่งขลิบครุยดูคมสัน
 เชิญเครื่องตามตำแหน่งที่แบ่งปัน                 ข้างในกลั่นล้วนสุนงค์ที่ทรงลักษณ์
 ทั้งโอรสบุตรีที่เปรมโปรด                            ปราโมทย์ที่ได้โดยบันเทิงหนัก
 จำเนียนองค์งามทรงจำนงพักตร์                   สมศักดิ์สมศรีฉวีวร”