ข่าวจริง!เสือโคร่ง 72 ตัวตาย จากติดเชื้อไข้หัดสุนัข เจ้าของยันทำลายซากแล้ว​ ไม่นำไปใช้​เชิงพาณิชย์

เกษตร28 ก.พ. 2569 • 17:41 น.
ข่าวจริง!เสือโคร่ง 72 ตัวตาย จากติดเชื้อไข้หัดสุนัข เจ้าของยันทำลายซากแล้ว​ ไม่นำไปใช้​เชิงพาณิชย์

ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งกรณีพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัว ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สปอ.16) พร้อมทั้งทีมสัตวแพทย์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาด รวมทั้งกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของโรค ได้มีการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งที่เหลืออยู่ไปดูแลที่ศูนย์บริบาลสัตว์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน

ทางด้าน นายสัตวแพทย์พีรพล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์เขต 5 และ นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยผลการตรวจสอบหลังลงพื้นที่เก็บตัวอย่างทางพยาธิวิทยาตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันว่า ไม่พบรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือ โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza Virus: AIV) แต่พบการติดเชื้อจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ โรคไข้หัดสุนัข หรือ โรคคานีน ดิสเทมเปอร์ (Canine Distemper Virus: CDV) และ เชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมา (Mycoplasma spp.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสือโคร่งในพื้นที่ล้มป่วยและเสียชีวิต

จากการตรวจพบผลบวกของเชื้อทั้ง 2 ชนิดข้างต้น อาจเป็นสาเหตุของการตายของเสือในคุ้มเสือเชียงใหม่ โดยปัจจัยโน้มนำที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดของเชื้อ อาจเกิดจากภาวะความเครียด และภาวะเลือดจางที่อาจเกิดขึ้นได้ในสัตว์ป่าที่เลี้ยงในที่เลี้ยง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเฉียบพลันในช่วงดังกล่าว รวมทั้งการติดเชื้อร่วมกันของทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ต่อมาได้มีการดำเนินการจัดการกับซากเสือโคร่งด้วยการฝังกลบชั่วคราวในพื้นที่ควบคุม เพื่อลดมลพิษและควบคุมโรค ก่อนจะนำขึ้นมาเผาทำลายในภายหลัง ซึ่งกระบวนการฝังกลบทำอย่างเป็นระบบและปลอดภัย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่เชื้อ ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่รัฐ

ทั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการตายของเสือโคร่งในสถานประกอบกิจการสวนสัตว์ของบริษัท คุ้มเสือตระการ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 8-18 กุมภาพันธ์ 2569 พบเสือโคร่งตายรวมทั้งสิ้น 72 ตัว แบ่งเป็นพื้นที่คุ้มเสือแม่ริม 21 ตัว และ คุ้มเสือแม่แตง 51 ตัว

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าของคุ้มเสือ จังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีเสือโคร่งตายรวม 72 ตัว ยืนยันได้ทำลายซาก​ โดยกรมอุทยาน​ฯ​ และ​กรมปศุสัตว์​ควบคุม​ให้​เป็น​ไปตาม​หลักวิชาการ​ โดยไม่นำเขี้ยวหรือหนังไปขายอย่าง​แน่นอน ย้ำควบคุม​โรค​ได้​แล้ว​ เตรียม​เปิด​ให้บริการ​อีก​ครั้ง

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือ​ "เฮียกุ่ย" เจ้าของคุ้มเสือ จังหวัด​เชียงใหม่​เปิดเผย​ว่า​ ทางคุ้มเสือได้ดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทันที หลังจาก​เสือเริ่มป่วย​ตาย​ ทั้งการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อพื้นที่เลี้ยงตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่าง​เคร่งครัด

"ยืนยันว่า เสือที่ตายทั้งหมด 72 ตัว จะไม่มีการขายซากหรือชิ้นส่วน​ใดๆ​ อย่าง​เขี้ยว​หรือ​หนังอย่างเด็ดขาด ช่วงแรกทำลายโดยการเผา​ ต่อมาใช้​วิธีฝังกลบตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยมีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมตรวจสอบและให้คำแนะนำในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ” นายชูวิทย์กล่าว

ทางสถานประกอบการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่าง เพื่อให้การสอบสวนโรคเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความมั่นใจแก่สาธารณชน

ขณะนี้​ควบคุม​โรค​ได้​แล้ว​ หลังจาก​ปิดตามมาตรการ​ควบคุม​โรค​ โดยเตรียม​จะเปิดให้บริการ​อีก​ครั้ง​เร็วๆ​ นี้​

ขอบคุณ:ภาพจากคุ้มเสือแม่ริม