ยก "สุธีร์ แป้นสมบูรณ์" เกษตรกรดีเด่น คิดค้นนวัตกรรม "เครื่องหยดเมล็ดพันธุ์ข้าว" ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
เกษตรกรดีเด่นไร่นาสวนผสมภาคตะวันออก นักคิดนักพัฒนาการผลิตภาคการเกษตรแบบภูมิปัญญา พื้นที่ 16 ไร่ ปลูกพืชหลากหลาย ข้าว พืชยืนต้น พืชให้ผลแบบหมุนเวียนมีผลผลิตทั้งปี ขุดสระ เลี้ยงสัตว์ แปรรูปผลผลิต ประสบความสำเร็จผลิตเครื่องหยดเมล็ดพันธุ์ข้าวแทนการหว่านพ่น เพื่อลดต้นทุนการผลิต
นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดให้คัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่และยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณะชน เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพตลอดจนเป็นเกษตรกรต้นแบบ แหล่งเรียนรู้และศึกษาผลงานจากตัวอย่างจริงของเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จด้านการประกอบอาชีพการเกษตร เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรต่อไป สสก. 3 จ.ระยอง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการคัดเลือก ลงพื้นที่คัดเลือกเพื่อส่งผลให้กรมส่งเสริมการเกษตรพิจารณาและเข้ารับพระราชทานโล่ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญต่อไป
“ซึ่งปี 2564 คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกนายสุธีร์ แป้นสมบูรณ์ เกษตรกร หมู่ที่ 4 ตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเกษตรกรดีเด่น อาชีพไร่นาสวนผสม ระดับเขตภาคตะวันออก ประจำปี 2564 และเกษตรกรปราดเปรื่อง “Smart Farmer” ต้นแบบสาขาเกษตรผสมผสาน (ไร่นาสวนผสม) เจ้าของแนวคิด สร้างและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ด้านเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม”นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว
ผอ. สสก.3 จ.ระยอง กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรรายนี้ ประสบความสำเร็จด้านการทำการเกษตรสาขาไร่นาสวนผสม มีผลการตรวจประเมินแปลงกิจกรรมในพื้นที่แปลงเกษตรกรเป็น GAP 3 ชนิดพืช ได้แก่ ข้าว มัลเบอรี่ และมะพร้าว กิจกรรมหลักปลูกข้าวพันธุ์หอมประทุม และการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์เอง สามารถหว่านได้ในอัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยพืชปุ๋ยสดและไถกลบตอซังบริหารจัดการระบบน้ำด้วยระบบแรงดันคงที่ สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ในแปลงมัลเบอรี่มีการปลูกแบบเหลื่อมเวลาสามารถเก็บผลผลิตได้ 4 ครั้งต่อปี โดยขายผลสดและแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอรี่ แยมมัลเบอร์รี่ ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ และแปลงสาธิตถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับเกษตรกรรายอื่น
นายสุธีร์ แป้นสมบูรณ์ กล่าวว่า มีที่ดิน 16 ไร่ เป็นของตนเอง เดิมทำเกษตรเชิงเดี่ยวแต่มีปัญหาปีใดราคาตกต่ำจะขาดทุนเป็นหนี้และดอกเบี้ยเพิ่ม จึงเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบไร่นาสวนผสม เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดพื้นที่ทำนาเหลือ 8 ไร่ ขุดสระน้ำ 2 ไร่ ปลูกพืชสวน 2 ไร่ ปลูกมัลเบอร์รี่ 2 ไร่ จำนวน 300 ต้น แบ่งเป็น 5 แปลง แปลงละ 60 ต้น เป็นที่อยู่อาศัย 1 ไร่ ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างในพื้นที่ได้แก่ ยางนา มะฮอกกานี กันเกรา ชมพู่พันธุ์ทิพย์ เหลืองอินเดีย พาราซันโตส พะยูง นนทรีย์ เป็นต้น
“เป็นการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจการทำไร่นาสวนผสม เน้นระบบการเกษตรแบบผสมผสาน ในสระน้ำเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นอาหารและขายเป็นรายได้ จะใช้ที่ดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลูกพืชที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและภูมิอากาศ ปลูกพืชแบบหมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน เน้นปลูกพืชที่ปลอดภัยจากสารเคมี โดยนำวัสดุเหลือใช้จากการผลิตมาเป็นปุ๋ยบำรุงต้นพืช และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุทางการเกษตรไว้ใช้เอง”นายสุธีร์ กล่าว
นอกจากนี้ นายสุธีร์ ยังคิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้ โดยพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับนาน้ำตม จากที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงเพราะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ ค่าจ้างแรงงานหว่านพ่นเฉลี่ย 80 บาทต่อไร่ และค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว เฉลี่ย 600 บาทต่อไร่ แถมทำให้ต้นข้าวแออัด ได้รับปุ๋ยไม่ทั่วถึง ต้นข้าวไม่สมบูรณ์ ต้องใช้ปุ๋ยมาก อีกทั้งยังเกิดโรคระบาดและแมลงทำลาย ทำให้ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น จึงออกแบบและผลิตเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับนาน้ำตมขึ้น และใช้ได้เป็นอย่างดีสามารถลดต้นทุนการหว่านข้าวเหลือเพียง 150 ถึง 200 บาทต่อไร่ ได้ข้าวระยะห่างระหว่างแถว 20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมทำให้ต้นข้าวไม่แออัดและไม่แย่งอาหาร ต้นข้าวแข็งแรงกว่านาหว่าน จำนวนเมล็ดข้าวที่หยอดต่อจุดใช้เพียง 5-10 เมล็ดและงอกในเวลา 3 วัน หลังจากหยอด สามารถลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจากวิธีหว่านพ่นที่ใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวที่คิดค้นขึ้นมาใช้เพียง 15 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น