ฝนหลวงฯ ลุยสู้แล้ง จับมือทัพอากาศ ยับยั้งพายุลูกเห็บ

เกษตร21 เม.ย. 2563 • 09:47 น.
ฝนหลวงฯ ลุยสู้แล้ง จับมือทัพอากาศ ยับยั้งพายุลูกเห็บ
เมื่อ​วันที่ 21 เม.ย. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ซึ่งยังคงแพร่ระบาด อย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างรุนแรง จึงทำให้บางสถานที่ทำงานออกมาตรการให้มีการปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from home) อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติภารกิจในการติดตามสภาพอากาศ และวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดราชการ แลละวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงไม่สามารถปฏิบัติงานที่บ้าน หรือหยุดปฏิบัติงานได้ โดยยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 11 หน่วยฯ ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำทันที หากสภาพอากาศเหมาะสม เพราะในขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งค่อนข้างวิกฤติเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พี่น้องประชาชนบางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงพยายามวางแผนช่วยปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำลงไปในแต่ละพื้นที่ รวมถึงเขื่อน อ่างเก็บน้ำ และลุ่มน้ำต่างๆ ตลอดจนการคลี่คลายปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อีกทั้ง กรมอุตุนิยมวิทยา มีการคาดการณ์ลักษณะอากาศของประเทศไทย ในช่วงระยาเวลา 1–2 วันนี้ อาจมีแนวโน้มเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดพายุลูกเห็บตามมา กรมฝนหลวงฯ จึงร่วมกับกองทัพอากาศ ในการติดตามเงื่อนไขสภาพอากาศ และเฝ้าระวังบริเวณกลุ่มเมฆที่มีแนวโน้มจะเกิดเป็นพายุลูกเห็บ เพื่อขึ้นบินปฏิบัติการช่วยยับยั้ง และลดความรุนแรง รวมถึงปฏิบัติการช่วงชิงกลุ่มเมฆที่มีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นพายุลูกเห็บ ให้สลายตกลงมากลายเป็นฝนด้วย ​ สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นบิน จำนวน 6 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่บางส่วนของ จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา สระบุรี สุรินทร์ พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนจำนวน 4 แห่ง อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก จ.สระบุรี พื้นที่เสี่ยงปัญหาหมอกควันและไฟป่า จ.เชียงใหม่ เชียงราย และบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บบริเวณ จ.เชียงใหม่ ​ ด้านแผนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันที่ 21 เมษายน 2563 จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเขตพื้นที่ภัยแล้ง ยังคงมีจำนวน 25 จังหวัด 146 อำเภอ 784 ตำบล 4 เทศบาล 6,846 หมู่บ้าน/ชุมชน บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ ส่วนภาคกลาง ภาคใต้และภาคตะวันออก จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี และจังหวัดสงขลา ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำใช้การ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 26 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 195 แห่ง ​ สำหรับจุดความร้อนหรือจุดที่มีการเผาไหม้ (Hotspot) พบว่าในประเทศไทย มีจำนวน 46 จุด โดยเกณฑ์คุณภาพอากาศวันนี้บริเวณพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองและสีส้มส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศบริเวณภาคเหนือ มีค่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางและเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน พื้นที่ภาคกลางอยู่ในเกณฑ์ดีและดีมาก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในเกณฑ์ดี และเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ยกเว้นที่จ.อุบลราชธานี อยู่ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ​ส่วนการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในวันนี้ ผลการตรวจอากาศจากสถานีเรดาร์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ในช่วงเช้านี้จึงมีการวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายโดยหน่วยปฏิบัติการฯ 2 หน่วยฯ ได้แก่ ​-หน่วยปฏิบัติการฯ จ.บุรีรัมย์ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร พื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำและพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี ​-หน่วยปฏิบัติการฯ จ.จันทบุรี ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำ จ.ตราด จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี และเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ​​ ทั้งนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากมีการเปลี่ยนแปลงและเข้าเงื่อนไขปฏิบัติการฝนหลวง จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ทันที อีกทั้ง เกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวง และติดตามข้อมูลข่าวสารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ทางเพจ Facebook, Line official account, Instagram, Twitter และเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร