“มนัญญา” ชูงานวิจัยกวก. ต่อยอดลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาชน

เกษตร8 มิ.ย. 2564 • 15:49 น.
“มนัญญา” ชูงานวิจัยกวก. ต่อยอดลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาชน
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ให้นำงานวิจัยที่กรมฯ มีอยู่มาขับเคลื่อนและขยายผลให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ที่สนใจเพื่อให้สามารถนำมาต่อยอดในการลดต้นทุนการผลิตหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า เนื่องจากในปีนี้ และปี 2565 ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ แต่การพัฒนาจะต้องไม่หยุดนิ่งและงานวิจัยจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคประชาชน โดยให้เน้นการวิจัยและพัฒนาพืชเพื่อทดแทนการนำเข้าโดยร่วมมือกับสหกรณ์ต่างๆ เพื่อจับมือกันทำงานให้ถึงมือเกษตรกร เช่น การปรับปรุงหัวมันฝรั่ง เนื่องจากมีความต้องการใช้มาก แต่ในประเทศยังผลิตได้น้อยทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก การวิจัยเพื่อแปรรูปพืชผลทางการเกษตร อาทิ การแปรรูปและวิจัยการใช้สารสำคัญในหอมแดงหรือพืชสมุนไพร และการวิจัยสารชีวภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้จะมีการเปิดให้สามารถขออนุญาตนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น นายอนันต์ อักษรศรี รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมฯ มีโครงการที่จะนำงานวิจัย ที่ได้รับการรับรองขยายผลไปยังเกษตรกร โดยจะมีการอบรมขยายผลเทคโนโลยีในการผลิตสารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยอินทรีย์ให้กับเกษตรกรประมาณ 8,400 ราย ในพื้นที่ 57 จังหวัด เริ่มเดือนกรกฎาคม 2564 ต่อเนื่องระยะเวลา 1 ปีเศษ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยอินทรีย์ใช้ได้เองสำหรับพืชในแต่ละกลุ่ม ช่วยลดต้นทุนการผลิตและนำมาสู่ความยั่งยืนของเกษตรกร เพราะเห็นประโยชน์จากการใช้จริง จากเดิมที่กรมฯ จะผลิตและแจกจ่าย นอกจากนั้นจะมีการขยายผลพันธุ์พืชที่กรมฯ รับรองแล้วไปยังเกษตรกรเพื่อใช้ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดต้องการ เช่น พันธุ์สะตอตรัง มะพร้าว และในเร็วๆ นี้ จะมีการดำเนินโครงการพัฒนาพันธุ์หัวมันฝรั่งให้เกษตรกรผ่านกลุ่มสหกรณ์ เพื่อลดการนำเข้าพันธุ์หัวมันจากต่างประเทศ รวมถึง การขยายผลเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่กรมได้มีการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเช่น เครื่องสางใบอ้อย เพื่อลดต้นทุนในการเก็บเกี่ยวอ้อย เป็นต้น ด้านนายชูชาติ วัฒนวรรณ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมฯ มีการวิจัยพืชผลทางการเกษตรที่หลากหลาย โดยเป้าหมายสำคัญคือ งานวิจัยต้องถึงมือผู้ใช้ ได้แก่ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ภาคเอกชน เป็นผู้ขับเคลื่อน จึงต้องมีการขยายผลไปสู่ภาคประชาชน งานที่วิจัยเสร็จและจดลิขสิทธิ์แล้วกรมฯ จะรายงานไว้ที่หน้าเว็บไซด์ของกรมฯ ประชาชนสามารถเข้ามาดูและติดตามถ่ายทอดได้ "ที่ผ่านมางานวิจัยที่สำคัญ เช่น การผลิตพริกป่นแบบปลอดภัย ซึ่งหมายถึงปลอดภัยตั้งแต่ขบวนการที่จะทำให้ปลอดจากแมลงและสารกำจัดศัตรูพืชและสามารถปลอดสารอัลฟ่าท๊อกซินได้อย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งกรณีนี้จะมาทดแทนพริกป่นที่ไม่ปลอดภัยได้เพราะส่วนมากมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่บางครั้งมีการปนเปื้อน ล่าสุดกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพริกป่น สนใจและประสานเข้ามาเพื่อให้กรมฯ ไปถ่ายทอดถ่ายเทคโนโลยีให้ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยกลุ่มสารชีวภัณฑ์เพื่อช่วยในการทำการเกษตรของเกษตรกร โดยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้วิจัยสารยับยั้งการเกิดเชื้อราในเงาะหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจโดยเกษตรกรในพื้นที่จันทบุรีสนใจและขอให้กรมฯ ช่วยขยายผล อีกงานวิจัยที่สำคัญคือ การศึกษาการหมักบ่มกาแฟเลียนแบบกระเพาะชะมด เพื่อเพิ่มมูลค่ากาแฟและตอบโจทย์ตลาดกาแฟที่ผู้บริโภคมีรสนิยมที่หลากหลาย"นายชูชาติ กล่าว